นราธิวาส- “ ดี.เอส.ไอ.ปฏิบัติการจู่โจมโกลก ค้นบ้านนายหน้าค้ามนุษย์ข้ามชาติ (มีคลิป)

0
1301

นราธิวาส “ ดี.เอส.ไอ.ปฏิบัติการจู่โจม โกลก ค้นบ้านนายหน้าค้ามนุษย์ข้ามชาติ

ดี.เอส.ไอ ต้องลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อล้างบางขบวนค้ามนุษย์ ชายแดนสุไหงโกลกกับประเทศมาเลเซีย  หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติพยายามลักลอบแรงงานต่างด้าวเตรียมส่งไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเมื่อวานนี้ ได้จู่โจมเป้าหมายในพื้นที่สุไหงโกลก และควบคุมตัว 7 แรงงานต่างด้าวพร้อมมีการขยายผลต่อเนื่อง จนกระทั่งวันนี้

เมื่อเวลา 15.00 . วันที่ 29 เม.. พันตำรวจตรีสิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ DSI และ นายปภาวิน มรรยาวุฒิ ผอ.ส่วนคดีการค้ามนุษย์ 3 กองคดีการค้ามนุษย์ DSI ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มูโนะ .สุไหงโกลก.นราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังในการจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด คือ บ้านเลขที่ 1/1 และบ้านเลขที่ 14/4 บ้านโต๊ะแดง .5 .ปูโยะ .สุไหงโกลก .นราธิวาส หลังจากขยายผลการจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 7 คน ที่บ้านเช่าเลขที่  67 .ทรายทอง 1 ซอย 7 .สุไหงโกลก .สุไหงโกลก เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ แต่นายหน้าสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดพาสปอร์ตได้ จำนวน 99 เล่ม พร้อมเอกสารสำคัญต่างๆของนายหน้าที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่มีรายชื่อเป็นนายหน้าฝั่งประเทศมาเลเซีย และนายหน้าฝั่งประเทศเมียนมา แถมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 1 ใน 7 ที่ถูกจับกุมได้ให้การเป็นประโยชน์ โดยแลกกับการคุ้มครองพี่สาวที่ถูกส่งตัวเข้าไปยังประเทศมาเลเซียก่อนหน้านี้ จะได้รับความปลอดภัยจากนายหน้าฝั่งประเทศมาเลเซียจะไม่ทำร้าย จนเจ้าหน้าที่ทราบเบาะของนายหน้าฝั่งไทยชื่อ ฝน ซึ่งมีสามีเป็นคนสัญชาติเมียนมา ชื่อ ซู เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดแผนปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นขึ้นในครั้งนี้  

จากการบุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด คือบ้านเลขที่ 1/1 ซึ่งเป็นบ้านของบิดา และบ้านเลขที่ 14/4 ซึ่งเป็นบ้านของมารดา ซึ่งปลูกห่างกันประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ แต่ได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่องไปตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่านายหน้าชื่อ ฝน และสามีสัญชาติเมียนมา ได้แอบกลับมาบ้านพักในช่วงคืนที่ผ่านมา และได้เก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์นำหลบหนีไป โดยไปอาศัยอยู่ที่ใดที่หนึ่งซึ่งเป็นบ้านพักของเครือข่ายกลุ่มค้ามนุษย์

ต่อมา พันตำรวจตรีสิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ DSI ได้สอบถามบิดาเกี่ยวกับประวัติการทำงานและยึดอาชีพของนายหน้าชื่อ ฝน ซึ่งบิดาตอบแบบสั้นๆว่า ตนเองไม่ทราบเบื้องหน้าเบื้องลึกว่าประกอบอาชีพอะไร แต่หลังจากที่ฝนเลิกกับสามีเก่าแล้วมาได้สามีเป็นชาวเมียนมา ทราบเพียงว่ามีการทำธุรกิจส่งคนชาวเมียนมาเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย นานๆครั้งจึงจะกลับมาบ้าน ซึ่งเป็นไปตามเบาะแสที่เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบ  พร้อมทั้งได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในการขยายผลถึงสมาชิกเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ .นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น