ยะลา​ ​- ผู้แทนศูนย์ประสานงานสส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยื่นหนังสือเลขาธิการศอ.บต. ช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างในต่างประเทศ

0
40

28 เมษายน​ คณะผู้แทนศูนย์ประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยื่นหนังสือให้กับ พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการร่วมดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ยังติดค้างอยู่ในต่างประเทศ ที่ประกอบด้วยกลุ่มคนไทยที่ติดค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียและกลุ่มคนไทยที่ติดค้างอยู่ในประเทศอื่นๆ ณ ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา ศอ.บต.


แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อตั้งขึ้นภายหลังเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยได้ร่วมหารือกับสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ศูนย์ดะวะห์ตับลีฆแห่งประเทศไทย (มัรกัสยะลา) และประชาคมโลกมลายูโลกอิสลามประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับข้อร้องเรียนจากคนไทยที่ตกค้างอยู่ในต่างประเทศจำนวนมาก คณะฯจึงขอยื่นเสนอแนวทางการดำเนินงานที่เห็นว่าสามารถปฏิบัติได้เพื่อช่วยเหลือคนไทยในเบื้องต้นให้สามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทย ซึ่งปัญหาหลักพบว่ายังมีคนไทยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับสถานกงสุลเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเดินทางจึงขอให้มีคณะทำงานลงพื้นที่ตามรัฐต่างๆมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการออกหนังสือรับรองสุขภาพ (Fit to travel) ที่ใช้ในการเดินทางกลับค่อนข้างสูง ทางคณะฯเสนอให้จัดแพทย์อาสาเข้าทำหน้าที่ตรวจร่างกายคนไทยตามบริเวณชายแดนก่อนเดินทางกลับประเทศ และส่วนกรณีที่ไม่ขอเดินทางกลับเสนอให้ทางการเปิดสิทธิ์เข้าถึงการช่วยเหลือในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อจะช่วยลดปัญหาคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในฝั่งไทยได้


พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เผยถึงแผนในการรองรับจำนวนคนไทยที่เดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ว่า ขณะนี้ ศอ.บต. ได้หารือบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งหากพบว่ามีวิธีใดที่สามารถชะลอการเดินทางกลับได้ก็พร้อมที่จะเข้าไปหนุนเสริมทันที สำหรับผู้ที่เดินทางกลับไทยแล้วจะต้องเข้าสู่กระบวนการ Local Quarantine หรือกักตัว 14 วัน ซึ่งสถานที่ที่ใช้รับจำนวนคนเข้ากักตัวของแต่ละจังหวัดยังคงมีเพียงพอ แต่อาจจะต้องกระจายไปในแต่ละจังหวัดอื่นๆอยู่บ้าง ในขณะที่เมื่อสิ้นสุดการกักตัว ศอ.บต. จะส่งทีมงานบัณฑิตอาสาฯ เข้าไปสำรวจข้อมูลความต้องการด้านอาชีพและมอบถุงยังชีพชั่วคราวในการบรรเทาความเดือดร้อน และยังมีแผนตามโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่จะเข้าถึงพื้นที่ในวันศุกร์นี้ รวมถึงจะเข้าหารือกับผู้ประกอบการโรงงานทุเรียนในพื้นที่รองรับแรงให้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นหนึ่งพันคน โดยพื้นที่ชายแดนใต้เป็นพื้นที่พิเศษจึงต้องมีการดำเนินงานเชิงบูรณาการ ทั้งนี้จะนำข้อเสนอของคณะศูนย์ประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำเรียนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือคนไทยให้ดีที่สุดต่อไป

ข่าว​ มูกะตา​ หะไร​ ทีมข่าว@ชายแดนใต้​ จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น