โจรจีนบุกโรงพักเบตง ตอนที่ 5 “ควบคุมตัว ผู้ยุยงปลุกปั่น “

0
1284

(ต่อจากตอนที่แล้ว) โดย อิสมาแอล สาเร้ะ นักประวัติศาสตร์มลายูเบตง
ตอนเย็นวันเดียวกัน นายสงวนๆ ได้ไปบ้านพี่น้อง แซ่โล อีกครั้ง ไปบอกข้อเสนอของหลวงเจริญ ๆ แก่ สอง พี่น้อง ตระกุล “โล” ว่าเงินสินบนนำจับผู้ร้าย ให้ได้ จำนวน 400-500 เหรียญ เท่านั้นถ้ารับได้ ก็ตกลงตามนี้ “ โลเลียนสิน” บอกว่า จะนำข้อเสนอไปแจ้งกับ โลเง็กซี่ ว่าจะยอมรับไหม แล้วจะแจ้งกลับมา เพราะเริ่องนี้อันตรายไม่น้อย .

รุ่งเช้าอีกวัน นายสงวนๆ ก็ไปบ้าน โลเลียนสินอีกครั้ง ขณะกำลังเล่น ไพ่ “นกกระจอก” หลังบ้านอยู่ เขาได้ออกมาต้อนรับ แล้วก็กลับมานั่งที่เดิม โลเลียนสิน บอกว่า“หลวง เจริญฯ “ได้มอบหมาย ให้ “หมื่นประพันธ์เภสัช” มาเจรจาด้วยอีกทางหนึ่ง เพื่อต่อรองจำนวนเงินสินบนนำจับ คนร้ายกับ “ โลเง็กซี่” ก็รับปากว่าจะคุยให้ ก็ให้มาฟังผลพรุ่งนี้
ร.ต.ท.สิงห์โต ภมรสิงห์ เป็นนายตำรวจกองตรวจ ประจำมณฑลปัตตานี ได้มาช่วยราชการที่ อ.เบตง พร้อม กำลังพล 1 หมู่ หลังเหตุการณ์ โจรปล้นบ้าน “ ขุนวิจิตรๆ” ร.ต.ท สิงห์โตๆ ร่วมสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย มาลงโทษ และได้มี โอกาส ติดต่อกับนาย “ โลเง็กซี่” ได้ไม่นานนัก ร.ต.ท สิงห์โตๆ ก็พอรู้ว่า“ โลเง็กซี่” ตีสองหน้าคือในทางลับ ก็ติดต่อกับค้นร้าย ในทางเปิดเผยก็ทำงานร่วมกับ ทางราชการอาสาช่วยจับคนร้ายทั้งสองฝ่าย จึงระมัดระวังในการ เจรจา
เวลา 11.00น.วันที่ 28ตุลาคม.หลวงเจริญควบคุมตัว “โลเง็กซี่” มาควบคุมตัวที่สถานีตำรวจ ขังอยู่ห้องขังด้านล่าง ของสถานีตำรวจ อยู่ติดกับถนนหน้าบ้านพัก นายสงวนๆ ได้มีโอกาสเห็นหน้า “ โลเง็กซี่” ที่มีหน้าบูดเบี้ยว สายตา ดุดัน ด้วยความโกรธ

หลังจากนั้น หลวงเจริญ ๆ ก็ได้ไปรายงาน ต่อ ผู้ว่าการ อำเภอ ( พระทำนุประชากิจ เรียกสั้นๆว่า คุณ พระๆ ) ได้ความว่า “ มันด่าแม่ผม เสียป่นปี้ ทั้งที่บ้านมัน และกลางตลาด และหาว่าผมเป็นหัวหน้าปล้นร้าน ปล้นบ้าน ขุนวิจิตร ๆ หาว่าเป็นคนร้ายที่ฆ่า นาย “จงเอง” กับเรื่องร้ายอื่น ๆ อีกมากและมันยังพูดอีกว่า “กูจะบอกให้มึงรู้ วันนี้จึงจะต้องตาย แหงๆ “

ขณะที่ทุกคนกำลังฟังหลวงเจริญฯ เล่า อยู่นั้น ก็มีเสียงเอะ อะ โวยวายจาก โรงพักนาย “โลเง็กซี่” ตะโกนจากห้องขังว่าตำรวจทำร้ายร่างกาย

ลูกชายนาย “โลเง็กซี่” เป็นกะเทย ที่ติดตามพ่อมาด้วย ถึงสถานีตำรวจ ตำรวจไม่ให้ลูกชาย ( ชื่อ บาบี้ ) ขึ้นไปบนสถานีตำรวจ บาบี้จึงยืนรอ อยู่ระหว่างสถานีตำรวจ กับ บ้านพักพอได้ยินเสียงพ่อ เอะอะ มันจึงถามกลับไปว่า “ ตำรวจทำอะไร ตำรวจทำอะไร “ โลเง็กซี่ ก็โวยวายใหญ่ ว่า “ ตำรวจตี ตำรวจตี “
เสียงตะโกน ของสองพ่อลูก บวกกับเสียงของ ตวาดของตำรวจ ห้ามไม่ให้ส่งเสียงดัง กลายเป็นเสียงอึกทึกอึงคะนึง จนทำให้ตำรวจ ที่อยุ่บริเวณนั้น ตกใจทำท่าเตรียมพร้อมระวังภัย เพราะมีข่าวการปล้น สถานีตำรวจก่อนหน้าแล้ว จึงพากันขึ้นไปบนสถานี ฉวยจับอาวุธพร้อมกัน เหมือนนัดกันใว้แล้ว ออกมายืนตรง บูธบันได ด้านทิศตะวันตก ( นาย สงวน ตั้งข้อสังเกตุว่า นับเป็นเรื่องดี ที่เป็นอย่างนี้ เพราะ อีกไม่นาน ก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น)
เมื่อได้ยินเสียงดัง คุณ สิงโต ที่นั่งคุย ที่บ้านหลวงเจริญๆ จึงเดินทางไปหา “บาบี้” แล้วตบหน้า ฐานที่ทำเสียงดัง แล้วสั่งให้ จ.ส.ต เรือง แก้วมณี เอาตัว ไอ้ บาบี้ ไปกักตัวใว้ แล้วจากนั้น ก็เดินขึ้นไปบนสถานีตำรวจ
ก่อน จะเอาไปล่าม จ.ส.ต.เรือง เอา บาบี้ มาฝากใว้ที่บ้าน พัก ให้คนที่อยู่บนบ้านหลวงเจริญ ๆดูแล เพื่อไปเอาโซ่ ที่สถานี ในระหว่าง จ.ส.ต. เรือง ไปเอาโซ่ คุณพระๆ ก็พูดกับ บาบี้ ว่า “แก รนหาที่ เขาไล่กลับไปแล้ว ยังดื้อมาส่งเสียงเอ็ดตะโร ทำให้ผู้คนตกอกตกใจนี่นา” จ.ส.ต.เรือง ล่าม บาบี้ ใว้ ในสนาม เทนนิส ข้างบ้านพักหลวงเจริญๆ
บาบี้ ไม่แสดง อาการ อะไร ให้ดูผิดสังเกตได้ว่า มันจะเข้าใจคำพูดของคุณพระที่เป็นภาษาไทยหรือไม่ ทุกคนไม่พูดอะไร เพราะคุณพระ ย้ายมาใหม่ จึงไม่กล้า บอกว่า บาบี้ ไม่รู้ภาษาไทย “คนต่างด้าว ในสมัยนั้น นิยมใช้ภาษา มาลายู เป็นภาษากลางของท้องถิ่น” คนจีนทั่วไป พูดภาษา มาลายูได้ แต่พูดไทย ไม่ค่อยได้ อ่านต่อตอนที่ 6 ( จู่โจม โรงพัก) ภาพถ่ายจากด้านทิศเหนือ