รู้ไหมว่า รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างกูโบร์ให้สุลต่านไทรบุรี และที่นนทบุรี

0
245

ห่างตัวเมืองอลอร์สตาร์ไป 8 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ตั้งของสุสานหลวงแห่งนครเกอดะห์ ( Makam Diraja Langgar Kedah Darul Aman ) สถานที่อันงดงามมีรั้วรอบขอบชิดนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2244 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลังการ์ ( Sungai Langgar) ตำบลบ้านนั้นมีชื่อเรียกตามสุสานหลวงว่า Langgar

 

พื้นที่โดยรอบของสุสานหลวงกั้นด้วยกำแพงสูงและดูโอ่อ่านี้ คราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสแหลมมลายูในปี 2433* เมื่อเสด็จถึงเมืองไทรบุรี ก็ทรงมีพระราชประสงค์จะไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเจ้าพระยาไทรบุรี (ตนกูอาหมัด) บิดาของตนกูอับดุลฮามิด เจ้าเมืองไทรบุรีขณะนั้น ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมไปตั้งแต่ปี 2422**

ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปสุสานหลวงนครเกอดะห์ด้วยรถม้าท่ามกลางสายฝน เมื่อเวลา 10 นาฬิกาของวันที่ 15 พฤษภาคม 2433 ทรงบรรยายว่าสุสานหลวงก่อเป็นกำแพงยาว 15-16 วา ด้านในมีร่างของอดีตเจ้าเมืองไทรบุรีที่ล่วงลับไปแล้วฝังอยู่ 7 ท่าน

“ศพเจ้าพระยาไทรซึ่งเป็นสำคัญในการที่จะไปวันนี้เพื่อที่จะไปเยี่ยมนั้น ฝังอยู่แถวที่สามมีพื้นก่อขึ้นมาพอพ้นดินสักคืบหนึ่ง ตรงหีบศพก่อเปนชั้นสูงขึ้นไปอีกสักหกนิ้ว บนหลังชั้นนั้นมีก่อเปนเหมือนอย่างบัวที่ลอกไม้ มีรางอยู่กลางกว้างสักสามสี่นิ้วบรรจุทราย มีโรงเสาไม้ทาน้ำมันหลังคาเหล็กครอบดูพึ่งทำขึ้นใหม่ๆ ในหลังคานั้นกางมุ้งตามแบบ ในบริเวณที่เปนกุฏิศพนี้กว้างก็อยู่ในสี่ศอกยาวอยู่ในหกศอกเท่านั้น”

พระยาไทรบุรีตนกูอับดุลฮามิด บุตรชายของเจ้าพระยาไทรบุรีตนกูอาหมัดผู้วายชนม์ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองไทรบุรีขณะที่เสด็จพระราชดำเนินนั้น มีความผูกพันกับบิดาของท่านเป็นอย่างมาก ในพระราชหัตถเลขาทรงบรรยายต่อว่า

“ที่ศพเจ้าพระยาไทรนั้น ดูพระยาไทรมีอาไลยอาวรณ์อยู่มาก เมื่อเวลาเปิดมุ้งให้เราดู แลเห็นที่ฝังศพก็มีน้ำตาคลอกับตา มีตู้เล็กๆตั้งอยู่ใบหนึ่งผูกถุงตีตรา เมื่อแก้ถุงเปิดตู้ออกดูมีหีบเงินลายแทงโปร่งฝีมือจีน ในนั้นมีตราช้างเผือกและตรามงกุฏลงยาราชาวดีอย่างเก่าที่ทูนกระหม่อมพระราชทานสองดวง*** กับตรามหาสุราภรณ์ดวงหนึ่ง เห็นจะเป็นของเก็บอยู่กับบ้าน จัดไปตั้งในเวลามีคนไปดูเป็นเกียรติยศคราวหนึ่ง”

 

“พระยาไทรพูดว่าที่ฝังศพนี้ยังไม่เปนที่ชอบใจ คิดจะทำใหม่แต่ยังไม่ได้ทำ ฉันเห็นว่าเปนการสมควรอยู่ที่จะแสดงความรักใคร่ในส่วนเจ้าพระยาไทร ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อกรุงเทพฯ ให้ปรากฏ”

จึงทรงสร้างสุสานพระราชทานให้ใหม่ ด้วยหินอ่อนสีขาวจากอิตาลี เป็นซุ้มโค้งทรงโดมครอบหลุมฝังศพ แกะสลักลวดลายพรรณพฤกษาอย่างงดงาม ที่เสาตานาห์ด้านศีรษะของผู้วายชนม์นั้น แกะสลักเป็นตรา จปร และสายสะพายที่ดูพริ้วไหวเหมือนผ้าจริง

สุสานเจ้าพระยาไทรบุรีตนกูอาหมัด หรือกูโบร์ของสุลต่านอาหมัดตายุดดินมูคารามชาห์ ยังคงสง่างามอยู่ภายในกำแพงสูงของสุสานหลวงแห่งนครเกอดะห์ ทุกครั้งที่มีราชพิธีของราชสำนักไทรบุรีในที่แห่งนี้ ประธานในพิธีจะต้องมาประพรมน้ำสุหร่ายที่กูโบร์แห่งนี้ทุกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของท่านในฐานะบรรพชนของราชวงศ์ไทรบุรีในปัจจุบัน
และอีกแห่งหนึ่งคือ สุสานมะกอมของ กุโบว์(สุสาน) มัสยิดฮิดาย่าตุ้ลอุมมะห์ ตลาดขวัญ จ.นนทบุรี


ในภาพคือหลุมฝังศพ ย่าหยาหรือแม่นมหยา  (พระพี่เลี้ยงในรัชกาลที่ 5) เมื่อแม่นมหยาเสียชีวิตตามวัย รัชกาลที่ 5 ได้สร้างอาคารทรงยุโรปครอบหลุมศพไว้

และสำหรับมัสยิดตลาดขวัญแห่งนี้ ครั้งที่สร้างนั้น ในหลวงรัชกาลที่5ได้ พระราขทานทรัพย์สินร่วมด้วย ปัจจุบันจะเห็นว่าคงสภาพ เดิมและ ไม้กระดานชั้นบนนั้น ยังเป็นไม้ขนาดใหญ่มาก


ส่วนที่สุสานยายหยานั้น#ปัจจุบัน ไม่ได้ถูกทำการบูรณะไว้เลย

ขอบคุณ คุณ ศมานนท์ พฤตพิเนต นักประวัติศาสตร์สตูล
——————————
*คราวเดียวกับที่เสด็จเกาะตะรุเตา ทรงมาถึงตะรุเตาเมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2433
**ตนกูอาหมัดมีราชทินนามเต็มคือ “เจ้าพระยาฤทธิสงครามรามภักดี ศรีสุลต่านมหมัด รัตนราชมุนินทร์ สุรินทรวิวังษา เจ้าพระยาไทรบุรี” เป็นเจ้าพระยาท่านที่ 2 ของไทรบุรี มีนามอย่างมลายูว่า Sultan Ahmad Tajuddin Mukkaram Shah
เป็นบุตรชายของสุลต่านไซนาลราซิดมูอัดซัมชาห์ที่ 1 (Sultan Zainal Rashid Mu’adzam Shah l )ครองราชย์ตั้งแต่ 13 มีนาคม 2397 ในสมัยรัชกาลที่ 4 และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 22 มิถุนายน 2422 ในสมัยรัชกาลที่ 5
***”ทูนกระหม่อม”ในที่นี้ ทรงหมายถึงรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราช้างเผือก และดารามงกุฏลงยาราชาวดี รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานตรามหาสุราภรณ์ให้ในปี 2415
——————————
หมายเหตุ : สุสานหลวงแห่งนครเกอดะห์ ไทรบุรี เป็นที่ส่วนบุคคล ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

แสดงความคิดเห็น