สส.นราธิวาส คนแรก หลังเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ

0
1187

สส.นราธิวาส คนแรก หลังเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คือ นายอดุลย์ ณ สายบุรี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เติงกูอับดุลยาลาล์ นาเซร์ บิน เติงกู อับดุลมุตตอลิบ เป็นผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองสายบุรีคนสุดท้าย
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2480 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตรงจากราษฎร
นายอดุลย์ ณ สายบุรี ซึ่งเป็นปัญญาชนมลายูคนแรก ที่ผ่านการเรียนหนังสือ จากโรงเรียน วชิราวุธ ที่กรุงเทพฯได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก และเป็นคนแรกของชาวมลายูในจังหวัดนราธิวาส
เขาเป็น แกนนำสำคัญในการก่อตั้งกลุ่ม “แสงอรุณ” และกลุ่ม”สมางัตปัตตานี”

นายอดุลย์ฯ ได้ทำหน้าที่ผุ้แทนฯในสภา คัดค้าน การพิจารณาออกกฎหมายพรบ. การยุบเลิก คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่างๆ ตำแหน่งดาโต๊ะยุติธรรม รวมทั้งยกเลิกกฎหมายอิสลามที่เกี่ยวกับการแต่งงานหย่าร้างและการจัดการทรัพย์มรดก ของ 3 จชต.ในสมัย รัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม

ซึ่งขณะนั้น เกิดมีความขัดแย้งกันอย่างหนัก และนายอดุบย์ ฯเป็นผู้หนึ่งที่ เคลื่อนไหว ไม่พอใจต่อการปฎิบัติของรัฐไทยหลายเหตุการณ์ ที่สำคัญคือการจับกุมฮัจญีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต้ะมีนา นายอดุลย์ ฯ ได้ทำหนังสือยื่นผ่านทางสภาฯ และถึง หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน นายควง อภัยวงค์ แต่ก็ถูกเพิกเฉย ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด
ท่านจึงได้ทำหนังสือส่งทางไปรษณีย์ ถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ค ใจความว่า

“การกดขี่ข่มเหงต่อชาวมลายูทางภาคใต้ โดยข้าราชการของรัฐบาลไทย ได้กรอบภัยอันตราย ขอความสงบสุขของชาวมลายู โดยผู้มีอำนาจของไทยที่กระทำกดขี่ข่มเหงต่อผู้นำชาวอิสลาม ซึ่งถูกจับกุมตั้งแต่ 16 มกราคมที่ผ่านมาโดยไม่ทราบสาเหตุ และข้อกล่าวหาเห็นว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเจ็บแค้นแก่ชาวมลายู ซึ่งจะนำไปสู่การต่อสู้ที่หลังเลือด ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอให้มีการดำเนินการใดๆ และสืบสวนโดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงของสหประชาชาติโดยด่วน
ลงชื่อ เติงกูอับดุลญาลาล์ บินเติงกูอับดุลมุตตอเล็บ ผู้แทนผู้มีอำนาจของชาวมลายูภาคใต้ของไทย ”
ผลของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทำให้ต้องถูกจับกุม ฐานเป็นกบฏ เมื่อพศ 2504 ถูกจำคุกระหว่างพิจารณาถึง 4 ปี
และอีกเหตุการณ์หนึ่งหลังกฎหมาย นโยบายสร้างชาติไทย สร้างชาตินิยมใหม่ เปลี่ยนจากสบาม มาเป็นไทย มีข้อห้ามเช่นให้คนไทยใส่เสื้อสูท ไม่กินหมาก ใส่กางเกง ใส่หมวกสากล
เมื่อ ตนกูปัตตารอ นาเซร์ ซึ่งเป็นพี่ชายของนายอดุลย์ ณ สายบุรี ได้ออกจากบ้านไปตลาดสายบุรี โดยแต่งกายแบบชาวมลายู คือนุ่งโสร่ง และใส่เสื้อมลายู และสวมหมวกกะปิเยาะ ถูกตำรวจจับกุมไปคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอสายบุรีหลายชั่วโมง สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ราษฎรที่รู้เห็นเป็นอย่างมาก จนในที่สุด ในปี 2487 สมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอดุลย์ ณ สายบุรี ได้อภิปรายในสภาว่ารัฐบาลจอมพล ป. ข่มเหงรังแกพี่น้องมุสลิม ทำให้ไม่อยากเป็นคนไทย เพราะรู้สึกเป็นการเสื่อมเสียเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก
จากบทบาทที่ปกป้องสิทธิประโยชน์ของราษฎรนี้เอง ทำให้ข้าราชการในพื้นที่ หมายหัว และเพ่งเล็งว่าเป็นผู้ยุยงส่งเสริม ให้ราษฎรกระด้างกระเดื่อง ต่อทางราชการ และได้ติดตามพฤติกรรม ของนายอดุลย์ฯรายงานต่อหน่วยเหนือโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ ถูกต้อง ทำให้นายอดุลย์ฯ ต้องอยู่อย่างระมัดระวังตัว อยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เขายังอยู่ในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังสงครามมหาเอเซียบูรพายุติลง ในปี 2488 นายอดุลย์ฯ จึงได้หลบหนี ออกจากประเทศไทย ไปอยู่ที่อำเภอปาเสปูเตะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และต่อมาได้รับการชักชวนจากกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้เป็นประธานขบวนการปลดแอกแห่งชาติปัตตานี (BNPP=Barisan National Pembebasan Patani) ใช้ชีวิตอยู่จนถึงปี 2521
นายอดุลย์ ฯได้เสียชีวิตลง ในดินแดนที่ไม่ใช่มาตุภูมิของตน
ข้อมูล #พับลิกโพส
#ปตานี ประวัติศาสตร์และการเมืองในโลกมลายู

แสดงความคิดเห็น