อันวาร์ อัดจุรินทร์ เดือด ทำพรรคตกต่ำ พรรคแตก 2 ฝ่าย

0
510

นายอันวาร์ สาและ สส. ปัตตานี เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 65 สื่อรายงานข่าวการสัมภาษณ์ของ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
ให้สัมภาษณ์ พาดพิงถึงผม ในฐานะหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วในระยะหลังผมไม่เคย พูดถึง นาย จุรินทร์ และนาย นิพนธ์ เลยเพราะคิดว่าไม่มีคุณค่าที่จะพูดถึง แต่กรณีนี้ผม พิจารณาแล้วควรจะต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด โดยจะขอคัดลอก คำสัมภาษณ์ ของ นายจุรินทร์ ที่กล่าวถึงผมว่า
“สำหรับกรณีของนายอันวาร์ สาและส.ส. ปัตตานี พรรคปชป.นั้น ตนได้รับแจ้งจากนายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าปชป. ที่ดูแลภาคใต้ว่า ได้แจ้งให้นายอันวาร์ ทราบแล้วว่าไม่ประสงค์ให้เข้าร่วมประชุมส.ส.ภาคใต้อีก เพราะการประชุม อาจจะมีการพูดคุยถึงรายละเอียดพรรคที่เป็นภายใน อาทิ แนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง การกำหนดทิศทางการทำงาน และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นายอันวาร์หาพรรคใหม่เข้าสังกัดได้ทันเวลา ซึ่งตนคิดว่ายุติธรรม โดยจะไม่มีการขับออกจากพรรคในตอนนี้ ส่วนเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไรนั้นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วการอยู่ร่วมกันภายในพรรคก็ต้องมีวินัยและปฏิบัติตามมติพรรค มิฉะนั้นจะทำให้ส่วนรวมเสียหายขณะที่ในการทำงานร่วมกันก็ต้องเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ปชป. ใช้วิธีการตามระบอบประชาธิปไตยในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เมื่อเสียงข้างมากภายในพรรคว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติไปตามมตินั้น”


ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยชี้แจงไปซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็คงจะฟังภาษาไทยไม่เข้าใจว่าเรื่องการปฏิบัติตามมติพรรคนั้น ต้องไม่ฝืนความรู้สึกของประชาชนหรือพูดให้ชัดเจนเลยว่ามติพรรคคือมติของประชาชน จุดยืนต้องมีความชัดเจนและมั่นคง ที่ผ่านมา จำได้ไหมว่าพรรคประชาธิปัตย์มีมติ เรื่อง ม.44 ว่าควรจะเสนอสภาให้ตั้งคณะกรรมาธิการ พิจารณาเรื่องนี้เข้าสภาและที่ประชุมสภาเห็นชอบแล้ว แล้วถูกสั่งให้กลับมติ โดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ อีกกรณีหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ มีมติส่งอดีต ส.ส. วิลาศเข้าไปเป็นกรรมาธิการตรวจสอบปัญหาการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แต่ถามว่าได้ทำตามมติพรรคหรือไม่ หากทำตาม ท่าน ส.ส. วิลาศ คงไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ ด้วยความไม่พอใจว่า มีไอ้สามชั่ว ในพรรคประชาธิปัตย์ ฟังคำสั่งหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่สั่งเข้ามาในพรรคว่าไม่ให้ส่ง ส.ส. วิลาศซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า ท่าน ส.ส. วิลาศ จะยังอยู่ในพรรคนี้ต่อไปอีกหรือไม่ แต่ที่ได้รับทราบจากข่าวยืนยันมาว่า มีผู้บริหารพยายามเจรจาขอร้องไม่ให้ลาออกเพราะเกรงว่าจะทำให้ภาพพจน์พรรคเสียหาย ล่าสุดสดๆร้อนๆ กรณีการแก้ไข พรป. เลือกตั้ง พรรค ปชป. มีมติให้สนับสนุนการคำนวนหารด้วย 100 ผมเองก็สนับสนุน แต่ผลสุดท้ายมีการกลับมติของพรรคอีก กลับไปหารด้วย 500 ผู้บริหารพรรค ประชาธิปัตย์ พลิกกลับไปกลับมาเช่นนี้ ยังจะมีหน้ามาอ้างว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามมติพรรคสิ่งที่ผู้บริหารพรรคทำให้มติพรรคเป็นเช่นนี้ เท่ากับไม่เห็นหัวประชาชน คิดว่าประชาชนโง่นักหรือ เลือกตั้ง ปี 62 จาก 161 ที่นั่ง เหลือเพียง 52 ที่นั่ง ภาคใต้ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงของพรรค จาก 50 ที่นั่ง เสียไป 28 ที่นั่ง ยังไม่มีสำนึก และที่สำคัญคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่ทันได้เปิดการประชุมสภา แต่นายจุรินทร์ สั่งเป็นมติพรรคให้ยกมือก่อนฟังการอภิปราย อย่างนี้หรือครับมติของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายจุรินทร์ อ้างว่า จะต้องปฏิบัติตามมติพรรค มิฉะนั้นจะทำให้ส่วนรวมเสียหาย ด้วยเหตุนี้เมื่อส่งผู้สมัครผู้ว่า ก.ท.ม. จึงพ่ายแพ้อย่างขาดลอยเพราะไม่เห็นหัวประชาชน ยังจะมีหน้ามาประกาศว่า ทุกคนยังต้องทำตามมติพรรคอีกหรือ ดูผลโพลที่ออกมาแต่ละสำนัก ประชาธิปัตย์ ตกต่ำสุดขีดในประวัติศาสตร์ของพรรค
นอกจากนี้นายจุรินทร์ ยังให้สัมภาษณ์ต่ออีกว่า
“ผมไม่อยากพูดอะไรมาก แต่ไม่ใช่เรื่องของการทิ้งพรรคหรือเลือดไหลออก แต่บางครั้งพรรคก็ต้องตัดสินใจอะไรที่เป็นปัญหา พรรคก็ต้องกล้าตัดสินใจเอาหนองออกไป เพื่อให้เลือดใหม่ได้มีโอกาสเข้ามา และสำหรับจังหวัดปัตตานีได้มีเลือดใหม่เข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์แล้วและได้เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งหลายเดือนแล้ว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี”นายจุรินทร์ กล่าว”

ฟังการสัมภาษณ์แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเป็นการสัมภาษณ์ของนายจุรินทร์ ที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพูดเหมือนคน ที่สัมภาษณ์ด้วยสติปัญญาหรือไม่ เพราะ กว่า 20 ท่านที่ลาออกไปนั้น เป็นอดีตรัฐมนตรีหลายท่าน ที่เคยอยู่กับพรรคมานานกว่า 20 – 30 ปี แล้วจะทิ้งพรรคไปได้อย่างไร แต่การจากไปของ ท่านเหล่านั้นอาจเป็นเพราะว่า ไม่สามารถที่จะทนต่อพฤติกรรมทางการบริหารซึ่งสังคมไม่น่าจะรับได้เช่น เมื่อถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตเรื่องหน้ากากอนามัย ถึงกับออกอาการรีบตั้งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นมาสอบตนเองเพื่อฟอกขาว ซึ่งคนปกติเค้าจะไม่ทำกัน ส่วนเรื่องการทุจริตถุงมือยางก็ ตั้งคนของตนเข้าไปเป็นประธาน อคส. แล้วก็อ้างว่า ตนเองไม่เกี่ยวเป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ ฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบคือ ครม. เพราะเป็นผู้อนุมัติ ส่วนเงินสดที่เสียไปตั้ง 2,000 กว่าล้าน ก็โยนให้หน่วยงานต้องไปสืบหากันเอง ไม่เคยรับผิดชอบในสิ่งใดๆทั้งสิ้น แม้กระทั่งการแต่งตั้งเลือดใหม่ เข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรค ทั้งๆที่มีสมาชิกหลายท่านทักท้วง ถึงคุณสมบัติว่าไม่เหมาะสม เพราะมีคดีล่วงละเมิดทางเพศมาจากต่างประเทศ แต่ก็ไม่รับฟัง สุดท้ายเกิดเหตุเป็นข่าวอื้อฉาว และทำให้พรรคเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ นายจุรินทร์ ก็ไม่รับผิดชอบอีก จึงทำให้สมาชิกหลายท่านลาออกเพื่อกดดันให้ นาย จุรินทร์ รับผิดชอบ แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากความทนทานของ นายจุรินทร์ มี การที่พรรคประชาธิปัตย์ มีหัวหน้าพรรคเช่นนี้ จึงทำให้พรรค ตกต่ำลงไปเรื่อยๆหรือไม่ และเท่าที่ทราบขณะนี้ ขั้วอำนาจในพรรคก็แตกแยกออกเป็น 2 ฝ่าย ทำให้การทำงานที่เคยประสานกัน ในคำกล่าวที่ว่า “เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย” กำลังจะเปลี่ยนไปเป็น “เกษตรจ่าย พาณิชย์เก็บ” เพราะฉะนั้น อย่าตกใจ เมื่อใกล้เลือกตั้งจะมีคนลาออกมากกว่านี้ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้