หนุ่มใหญ่ใจถึงลงทุนธุรกิจโรงแรม Halal เมืองเก่าสงขลา มุสลิมนราๆหนึ่งเดียวในย่านคนจีน

0
3787
   
    ย่านเมืองเก่า กาลครั้งหนึ่ง ณ สงขลา 3 ถนน 2 ทะเล ล้านความทรงจำ ได้ชื่อว่าเมือง 2 ทะเล ที่ขนาบด้วยอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา เป็นท่าเทียบเรือ และเมืองท่าทางการค้าระดับนานาชาติมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มาสมัยกรุงธนบุรี ได้ทำการค้ากับชาวจีน สร้างความเจริญรุ่งเรืองมายาวนาน จวบจนถึงสมัยรัชการที่5 จึงซบเซาลง เพราะเส้นทางคมนาคมที่เปลี่ยนไปจากทางน้ำไปเป็นทางบกแทน
    ปัจจุบันย่านเมืองเก่าสงขลา ที่เต็มไปด้วยร้านรวง และสถานที่น่าสนใจมากมาย มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีเรื่องเล่าอดีตอันรุ่งเรือง ในเมืองมีถนนสั้นๆเชื่อมถึงกันได้ ให้เดินสัมผัสถึงผู้คนอันหลากหลายกลิ่นอาย วิถีพหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ได้ถูกผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และกำลังลุ้นไปสู่เมือง มรดกโลก วันนี้ @ชายแดนใต้ จะพาทุกท่านมาพบกับบุคคลผู้หนึ่งเป็นมุสลิมคนเดียวจากจังหวัดนราธิวาส เขากล้าลงทุน ลงแรงทำธุรกิจโรงแรม Halal มีความคิดในแบบฉบับที่ยากนักที่ใครๆ จะทำได้ เป็นเรื่องไม่ธรรมดา น่าสนใจและเป็นแบบอย่างที่ดีที่น่าจับตามอง มาพบกับ คุณดนัย โต๊ะเจ อดีตพนักงานต้อนรับบริษัทการบินไทยจำกัด ผู้พลิกผันชีวิตมาสู่เส้นทางความฝันของตนเอง กับ บ้านในนคร บูติกโฮเตล ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก แต่ไม่ธรรมดาแห่งนี้
 -ที่มาที่ไปของบ้านในนครเป็นอย่างไรครับ
 คือ เมื่อสามปีที่แล้ว เพื่อนสมัยมัธยม มาเที่ยวที่เมืองเก่าสงขลา และเห็นป้ายประกาศขายตึกหลังนี้ที่ถนนนางงาม กลางเมืองเก่าสงขลา ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพื่อนคนนั้นมีแรงบันดาลใจอะไรจึงได้โทรมาบอกผม ซึ่งขณะนั้นผมทำงานและอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างที่เราคุยโทรศัพท์นั้นภรรยาผมได้ยิน จึงเกิดความสนใจอยากจะมาดูเพราะสงขลาเป็นบ้านเกิดของเค้า เมื่อมาดูแล้ว รู้สึกใช่เลย สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือตำแหน่งที่ตั้งของบ้านหลังนี้ที่โดดเด่น อยู่ถนนนางงามกลางเมืองเก่าสงขลา และส่วนตัวผมเป็นคนชอบเมืองเก่า ชอบของเก่าอยู่แล้ว ประกอบกับมองเห็นศักยภาพของเมืองที่มีต้นทุนที่ดีที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ จึงตกลงซื้อเก็บไว้ในตอนนั้น และหนึ่งปีถัดมา บริษัทการบินไทยเปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออกเพื่อลดภาระของบริษัท จึงตัดสินใจลาออกแบบกระทันหัน หลังจากทำงานได้ 21 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำอะไรที่เป็นของตัวเองและได้ทำสิ่งที่เราชอบตามความฝัน ขณะเดียวกันเพื่อความคล่องตัวในการเดินทางไปเยี่ยมลูกที่กำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศด้วยโดยไม่ต้องติดกฏเกณฑ์ของบริษัทเดิมอีกต่อไปครับ เมื่อออกมาแล้ว สิ่งแรกที่ทำก็คือ การเริ่มทำอะไรสักอย่างกับตึกที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ คือที่นี่คิดว่าถ้าให้เช่า ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่าแน่นอน จึงคิดว่าเราน่าจะทำโรงแรมเล็กๆเพื่อให้มีรายได้เข้ามาทุกวันน่าจะดีกว่า จึงตัดสินใจทำเป็นบูติกโฮเต็ลเล็กๆให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครให้เป็นทางเลือกใหม่ของการพักแรม อีกทั้งเรามีประสบการณ์การให้บริการมามากพอสมควรอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราชอบและถนัด ทุกอย่างทำเองคุมงานเองทั้งหมดครับ ไอเดียเราเองไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมอาคาร การตบแต่ง และเลือกเฟอรนิเจอร์ เรื่องสี และรวมทั้งการให้บริการ ผมจึงลงมือทำเองทั้งหมด จึงได้โรงแรมที่เป็นเอกลักษณ์ตามที่เราต้องการ ตามที่เห็นในวันนี้ ใช้เวลาปรับปรุงอาคาร 7 เดือนและเปิดให้บริการมาแล้ว ปีกว่าๆครับ
 -มีความมั่นใจกับมีกลยุทธการทำธุรกิจอย่างไรครับ
   ตอนตัดสินใจซื้อตึก เราซื้อเพราะความชอบและตั้งใจให้เป็นบ้าน เป็นทรัพย์สินที่อยู่กับเรา ไม่ได้คิดว่าเป็นการลงทุนที่ต้องได้เงินคืนในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ เราเน้นความสุข มากกว่าการเป็นธุรกิจ หรือเป็นธุรกิจที่เน้นความสุขมากกว่า สิ่งที่เราทำไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนชอบ แต่เป็นความชอบของคนเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบการอนุรักษ์เมืองเก่า ของเก่า วิถีชุมชนแบบเดิมๆที่มีบรรยากาศย้อนยุค เราใช้โซเชียลมีเดียที่มีอยู่แล้วในมือเพื่อประชาสัมพันธุรกิจของเรา และเน้นการให้บริการที่ดี สม่ำเสมอให้แขกทุกคนมีความประทับใจและมีการแนะนำต่อ ภาพที่สื่อออกไป เรื่องราวที่แขกพูดถึงเราก็จะดีไปด้วยแบบที่ไม่ต้องเสแสร้ง วิธีนี้อาจจะช้าหน่อย แต่ค่อยๆเดินไปอย่างมั่นคง เราจะได้รับแขกที่มีคุณภาพและตรงตามเป้าหมาย และรู้สึกสุขใจมากกว่า นอกจากนี้เรายังเน้นการอยู่ร่วมกันในสังคม ส่งเสริมการทำธุรกิจร่วมกัน พยายามไม่ทำอะไรที่มีอยู่แล้ว เราให้บริการเฉพาะที่พักและอาหารเช้า(ฮาลาล) นอกนั้นเรามีหน้าที่ให้คำแนะนำและปล่อยให้แขกของเราได้มีโอกาสใช้บริการอื่นที่มีในชุมชนโดยรอบเมืองเก่า หรือบางครั้งเรายังจัดทริปเสริมแบบกันเองไปเที่ยววัฒนธรรมต่อที่บ้านเกิดผมใน3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ให้บริการที่ประทับใจมากครับ ได้ผลตอบรับดี
-มีคติชิวิตและมีวิสัยทัศน์อย่างไรครับ
  เราทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน สังคมบอบช้ำมามากกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น หากเรามัวแต่เน้นหาจุดต่างและมองหาจุดบกพร่องของกันและกัน ปัญหามันอาจจะยิ่งหนักขึ้น ลองหันมามองความสวยงามของกันและกันและหาจุดเหมือนที่เรามีหรือเคยมี บางทีสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยผสานความความรู้สึกดีดีที่มีต่อกันได้ สงขลาเป็นตัวอย่างได้ระดับหนึ่งของสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาอย่างยาวนาน บ้านในนคร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสงขลามีความตั้งใจจะเป็นจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อความรู้สึกดีๆนี้ผ่านการเดินทาง การพักแรมและการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคนี้ เราหวังว่าคงได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านในเร็ววันครับ
เชิญทุกท่านมาสัมผัส บรรยากาศสบายๆและพูดคุยกับ คุณดนัย ได้ที่ บ้านในนคร ที่ 095 438 9323 เลขที่ 166 ถนนนางงาม บ่อยาง อำเภอเมือง สงขลา

แสดงความคิดเห็น