รายงานพิเศษ:เปิดข้อเสนอ​ คณะประสานงานพื้นที่​ 8​ กลุ่มงาน​ ยื่นหัวหน้า​พูดคุยสันติสุขชายแดนใต้​

0
333

11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์อำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี ได้มีการประชุม ปฏิบัติการของคณะประสานงานระดับพื้นที่ เรื่องทิศทาง และการออกแบบ การขับเคลื่อนงานหนุนเสริมการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพลเอก วัลลภ​ รักเสนาะ หัวหน้าพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นำคณะ ทำงาน โดยมีพลตรีเกรียงไกรศรีรักษ์ รองผอ. รมน. ภาค4​  ซึ่งเป็นเลขานุการพูดคุยสันติสุข ชี้แจงการปฏิบัติ งานและการดำเนินการร่วมกันเกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขกับคณะประสานงานในพื้นที่ทั้ง 9 กลุ่ม

โดยพลตรีเกรียงไกรศรีรักษ์ รองผอ. รมนภาค 4  เลขานุการร่วมคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพันเอกชลัช ศรีวิเชียรผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่​ ได้กล่าวทบทวน บทบาท ภระหน้ำที่ ความรับผิดชอบ ของคณะประสานงานระดับพื้นที่​ และลำดับการพคุยสันติภาพสู่กาพูดคุยสันติสุขชี้แจงการปฏิบัติแนวทางการดำเนินการข้อมูลของกระบวนการพูดคุ​ยสันติสุข​ที่ผ่านมา​ 20​ กว่าครั้ง  ที่มีกองเลขานุการคณะประสานงาน​ระดับพื้นที่​ได้จัดกิจกรรมกลุ่มย่อย ประเด็น แนวทางการตำเนินงานเพื่อการหนุนเสริมอย่างไร​ พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกกลุ่ม​ ที่เกี่ยวโยงกับการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้​ โดยในที่ประชุมได้ลำดับความสำคัญต่อการนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการของกลุ่ม และการประชุมร่วมระหว่าง​ คณะประสานงานระดับพื้นที่​ หรือเรียกชื่อย่อว่า​(สล.3)กับ หัวหน้ำคณะพูดคุยฯ

มีการนำเสนอผลการประชุมชิงปฏิบัติการ การทำ Work Shop ของแต่ละกลุ่ม​ จำนวน 8​ กลุ่ม ได้แก่​ .กลุ่มงานความมั่นคง และองค์กรภาครัฐ,. กลุ่มงานศาสนา และวัฒนธรรม, .กลุ่มงานการศึกษา,, กลุ่มงานพัฒนาชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก, กลุ่มงานเด็ก เยาวชน และสตรี, .กลุ่มงานสื่อมวลชน การสื่อสาร และเทศโนโลยี, กลุ่มงานยุติธรรม,กลุ่มงานปกครองท้องที่ และท้องถิ่นในโอกาสนี้ หน.คณะพูดคุยพือสันติสุข ได้กล่าวพบปะแลกปลี่ยน ข้อคิดเห็น​กับตัวแทนคณะประสานงานระดับพื้นที่ มอบเอกสารสรุปข้อเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ ตลอดจนองค์กร ทุกเครือข่าย  ตามที่ได้แจ้งความจำนงไว้.​และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสันติภาพชายแดนใต้​ของกลุ่มสภาประชาสังคมชายแดนใต้ทั้  งหมดในที่ประชุมวันนี้​ ได้มีข้อเสนอ​ที่น่าสนใจ​ เช่น​  ประเด็นความปลอดภั​ยมาเป็นอันดับแรก​ ​, ยาเสพติด,.การสร้างอาชีพ,ความยุติธรรม​ในชุมชน​ และให้เพิ่มศักยภา​พให้สภาสันติสุข​ขับเคลื่อนโดยผู้ประสานงานพื้นที่​ฝ่ายปกครอง​และท้องถิ่น​

พอ.วัลลภ​ รักเสนาะ​ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า​ ได้ลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกนี้​ ได้พบกับหลายกลุ่ม​ หลายองค์กร​ ทั้งผู้นำศาสนาฝ่าย NGOs และภาคประชาสังคมอื่นๆ​ ในกระบวนการพูดคุยนี้จะขับเคลื่อนได้ ก็ต้องการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมทั้งหมดนี้ มารับฟังข้อเสนอทั้งหมดและที่ได้มานี้​ มีประโยชน์อย่างยิ่ง​ เช่นการมีส่วนร่วมของทุกคนในการสร้างความปลอดภัย​ ในพื้นที่สาธารณะ​ และการกระจายอำนาจการเมืองการปกครอง​ การดูแลคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความยุติธรรม​และอื่นๆอีก​ ซึ่งอันนี้จะนำประมวลและให้ไปสู่การพูดคุยต่อไป

การพูดคุยครั้งหน้าเดืิอนจะมีในเดือนมีนาคม​ ยังคงมีการพูดคุยกับ brn เป็นหลัก​ แต่ไม่ทิ้งกลุ่มอื่นๆ​ ส่วนสำหรับการพูดคุยครั้งหน้านี้จะมีการต่อสายกับกลุ่มอื่นเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ต้องอยู่ที่การตกลง ข้อพิจารณา ระหว่างกัน, สำหรับความกังวล นั้นมีอยู่บ้าง ต้องระวังไม่ให้การพูดคุยนั้นสะดุด ซึ่งปัจจุบันนี้ทุกคนทราบดีแล้วว่ารัฐบาลได้บรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ซึ่ง รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงมั่นใจว่าในเมื่อเป็นวาระแห่งชาติแล้ว​ เมื่อผมยังอยู่ในตำแหน่งก็จะทำให้หน้าที่ให้ดีที่สุด ให้มีความต่อเนื่อง การพูดคุยนั้นจะใช้หลักของความจริงใจ​ ความเข้าใจ​ การพูดจากันเพื่อให้เกิดสันติสุขต่อสังคมในภาพรวม ในรายละเอียดใดๆนั้น​ ในขั้นต่อไปยังไม่มีการตั้งธงอะไร​ ในทั้ง2​ฝ่ายจะต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะใช้ข้อตกลงอันใดในการพูดคุยต่อไป ให้แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วมในการพูดคุย และยังคงให้ประเทศมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกเหมือนเดิม ทั้งนี้การพูดคุยทั้งหมดนี้จะต้องให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด ส่วนจะให้มีคนนอกเป็นผู้สังเกตการณ์หรือไม่นั้น​ จะต้องพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน​  อย่างไรก็ตามหากมีความก้าวหน้าจะชี้แจงให้ฟังอีกครั้งมั่นใจว่าการพูดคุยทั้งหมด ระหว่างหัวหน้าพูดคุยกับกลุ่มขบวนการผู้เห็นต่างนั้นจะต้องเปิดเผยและเป็นข้อเท็จจริงที่มาจากประชาชนทั้งหมด

เปิดข้อเสนอ​ ทั้ง​ ​8​ ​กลุ่ม

กลุ่มงานพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

1) ยึดผลประโยชน์ของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง
2) ให้น าข้อตกลงบนโต๊ะสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
3) เปิดวงพูดคุยกับภาคประชาสังคมและองค์กรชุมชนน าเสนอประเด็นและสาระสำคัญเพื่อสู่การพูดคุยบนโต๊ะเจรจา
4) ทุกฝ่ายต้องส่งเสริมสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูดคุยลดเงื่อนไขที่ไม่ เอื้อต่อการพูดคุย เช่น ลดการก่อเหตุที่มีผลต่อเป้าหมายอ่อนแอและพื้นที่สาธารณะ
5) ทั้งสองฝ่ายยุติการทำสื่อ IO เพื่อลดเครดิตการและกัน ให้หันมาจัดท าสื่อที่เอื้อต่อการสร้างพลังทางสังคมใหม่ เพื่อหนุนเสริมการพูดคุยและกระบวนการสันติภาพ
6) ทบทวนนโยบายที่มีผลกระทบและไม่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่
7) ให้มีมาตรการควบคุมใช้ก าลังทางอาวุธเพื่อลดการสร้างก่อเหตุและทำลายบรรยากาศการพูดคุย
กลุ่มงานยุติธรรม
1) สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมของกลุ่มยุติธรรมให้บรรลุเป้าหมาย
2) ลกเลิกกฎหมายพิเศษทั้ง 3 ฉบับ หรือ ศึกษา ทบทวน ความจ าเป็นการบังคับใช้กฎหมาย
3) กระจายอ านาจในการปกครอง
4) มีคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบการใช้อ านาจในพื้นที่ รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ
กลุ่มงานเด็ก เยาวชน สตรี
1) มีตัวแทนเยาวชน, สตรี ขึ้นโต๊ะเจรจาในฐานะ Party C / ฝ่ายที่ 3
2) ยุติความรุนแรง/ปฏิบัติการทางทหารต่อพลเรือน พื้นที่สาธารณะ/ให้เป็นวาระบนโต๊ะพูดคุยฯ
3) ให้ Party A และ Party B ท าโรงเรียนเป็นพื้นที่สาธารณะ ปลอดภัยจากการปฏิบัติการทาง
การทหาร/ความรุนแรงจากทุกฝ่าย/นำร่อง
กลุ่มงานปกครอง ท้องที่ ท้องถิ่น
การแสดงความรับผิดชอบต่อการก่อเหตุในแต่ละครั้ง/ใครเป็นคนทำเช่น BRN, PULO, BERSATU หรือ จนท.รัฐ
2) ทั้งสองฝ่ายต้องเล็งเห็นประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชน
3) อยากให้ฝ่าย Party B มารับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากไม่สามารถมาได้ ให้ฝ่ายผู้น าท้องที่/ท้องถิ่นไป
พบ Party B เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชน โดยใช้พื้นที่สว่าง(ไม่ลับ) และมีความปลอดภัยทุกภาคส่วน
4) ต้องการให้ประชาชนได้รับข่าวสารเรื่องการพูดคุยที่ทั่วถึงและถูกต้องไม่ผ่านการบิดเบือน เช่น ช่องทางที่น่าเชื่อถือ
ได้
– ส าหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ควรได้รับทราบข่าวสารผ่านทางกระทรวงศึกษา, วิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม

5) สื่อมวลชนต้องไม่น าเสนอข่าวที่เกินความเป็นจริง (ข่าวความรุนแรงและความขัดแย้งในท้องที่)

กลุ่มงานศาสนา
1) แต่งตั้งคณะกรรมการท างานติดตามประเมินผลการพูดคุยสันติสุข ให้ครอบคลุมทุกด้าน
2) สร้างพื้นที่ปลอดภัย/ปลอดเหตุทั้ง 3 จังหวัด 4 อ าเภอ
3) ภาคประชาสังคม (CSO) เป็นผู้สังเกตการณ์การพูดคุย

กลุ่มงานความมั่นคงและองค์กรภาครัฐ
รวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนว่ามีความคิดเห็นหรือต้องการอย่างไร เช่น
– รัฐ
– ขบวนการ (BRN)
– ผู้อ านวยความสะดวก (มาเลเซีย)
– ประชาชนในพื้นที่
2) ทุกกระทรวงก าหนดกรอบนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์ เพื่อมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหา/การก่อความไม่สงบในพื้นที่
กลุ่มงานการศึกษา
1)ให้ฝ่ายรัฐ และขบวนการ BRN มีความจริงใจ ทั้ง 2 ฝ่าย โดยการพิสูจน์โดยการกระท าให้เห็นเป็น
รูปธรรม
2) เปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากโรงเรียนเอกชน, ตาดีกา และให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมในคณะทำงานด้านต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ศอ.บต., กอ.รมน.ภาค 4 สน. และ ศึกษาธิการส่วนหน้า
3) แจ้งข่าวสาร/ความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อสาธารณะให้ได้รับรู้/รับทราบ

สุกรี​ มะดา​กะกุล​ บก.@ชายแดนใต้​

แสดงความคิดเห็น