“ฮิญาบอนุบาลปัตตานี 4 ปีแห่งการต่อสู้” ศาลปกครองยะลาตัดสินแล้ว คลุมฮิญาบไปเรียนได้

0
4026

(21 เม.ย.65) 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากผู้ปกครองนักเรียนมุสลิมโรงเรียนอนุบาลปัตตานี  ฝันเป็นจริง 4 ปี แห่งการต่อสู้และรอคอยของฮิญาบบน้อยรร.อนุบาลปัตตานี ศาลปกครองยะลาอ่านคำตัดสินคดีให้สามารถคลุมฮิญาบไปเรียนได้ ผู้ปกครองและนักเรียนต่างดีใจ ศาลให้ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน 

หลังจากที่ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานีในขณะนั้นได้ออกคำสั่งห้ามนักเรียน สวมใส่ผ้าคลุมผม (ฮิญาบ) มาเรียน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.61 ทำให้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.61 ผู้ปกครองประมาณ 50 คน รวมตัวกัน เพื่อให้กำลังใจกับนางพารีด๊ะห์ อัลมุมีนี นางกดาเรีย เหมมินทร์ และ นายวันอิดริบ หะยีเต๊ะ ผู้ปกครองของนักเรียน ซึ่งถูกเชิญให้มาที่โรงเรียนเพื่อรับทราบถึงระเบียบกฏข้อห้ามของโรงเรียนให้รับทราบหลังจากลูกสาวผู้ปกครองทั้งสามได้สวมฮิญาบมาเรียน


โดยคดีการคลุมฮิญาบของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ปกครองกับผู้บริหารและครูในโรงเรียน จนมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งปัญหาการคลุมฮิญาบไปโรงเรียนของนักเรียนหญิงมุสลิม ซึ่งตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ของวัดนพวงศาราม เป็นปัญหายืดเยื้อมานาน โดยทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนแต่งกายตามหลักศาสนาได้ ต้องแต่งเครื่องแบบตามระเบียบของโรงเรียนเท่านั้น อ้างว่าโรงเรียนตั้งมา 50 ปี ไม่เคยมีปัญหา และทั้งนักเรียนและผู้ปกครองก็ทราบกฎเหล็กข้อนี้ดีตั้งแต่ก่อนสอบเข้าเรียน จึงต้องยอมรับ
เมื่อปรากฏว่านักเรียนยังแต่งกายตามหลักศาสนาคลุมฮิญาบไปเรียนต่อตามระเบียบของกฎกระทรวงศึกษาธิการ แต่ผู้บริหารโรงเรียน ระบุว่า ผิดกฎระเบียบและมีการหักคะแนน โดย ผอ.โรงเรียนอนุบาลปัตตานี ได้ใช้อำนาจตัดคะแนนเด็กนักเรียนมุสลิมที่คลุมฮิญาบ ซึ่งผิดกับระเบียบของกฎกระทรวงศึกษาธิการฉบับใหม่ หรือฉบับกรณีสงฆ์เข้ามาเรียนตามปกติ จึงทำให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน 20 คน รวมตัวลงนามยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองจังหวัดสงขลา เพื่อให้ศาลปกครองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ในการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม
ศาลปกครองสงขลา จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี วัดนพวงศาราม ออกมาแล้ว และห้ามลงโทษเด็กนักเรียนจากกรณีนี้ทันที โดยศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ให้ทุเลาการบังคับตามระเบียบโรงเรียนอนุบาลปัตตานี วัดนพวงศาราม ว่าด้วยการการควบคุม และดูแลความประพฤติ การลงโทษ และการตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน พ.ศ.2561 ที่ให้แต่งเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ข้อ 3 เฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ฟ้องคดีทั้ง 20 คน ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ซึ่งได้สร้างความดีใจให้แก่เด็กนักเรียน และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หลังได้รับความคุ้มครอง และความเป็นธรรมจากศาลปกครองในครั้งนั้น และโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของศาลปกครองยะลา ศาลพิจารณาคดีนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.65 และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 เม.ย. 65 โดยศาลตัดสินให้ผู้ฟ้องคดี เด็กหญิงวันอัยซาห์ เหมมินทร์ โดยนายอรุณ เหมมินทร์ กับพวกรวม 20 คน ชนะโรงเรียนอนุบาลปัตตานี กับพวกรวม 2 คน
ด้านผู้ปกครองของเด็กๆ ต่างรู้สึกปลาบปลื้ม น้ำตาไหลด้วยความปิติยินดีออกจากหัวใจ
ผู้ปกครองเด็กรายหนึ่งเปิดเผยว่า “ขอบคุณพระเจ้า พวกเรารู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้ฟังศาลปกครองจังหวัดยะลาออกมาพิจารณา และได้ตัดสินคำพิพากษาคดีจบลงในวันนี้ จากที่เรารอคอยกันมานาน”
“หลังจากทางเราได้ยื่นคำร้องออกไปครั้งนั้น ตั้งแต่ปี 2561 ที่ศาลปกครองจังหวัดสงขลา จนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 ปีแล้ว ซึ่งครั้งแรกศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้ออกมาพิจารณาให้คุ้มครอง ต่อกรณีของเด็กนักเรียนหญิงให้สามารถแต่งกายสวมผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบและสำหรับนักเรียนชายให้สวมกางเกงขายาวทั้งหมด 20 รายเอาไว้ก่อน ตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาทางรร.อนุบาลได้ขอให้ย้ายเรื่องมาที่ศาลปกครองจังหวัดยะลาและได้มาฟังคำพิจารณาของศาลในวันนี้
ถึงแม้ว่าน้องๆ หลายคนได้เรียนจบออกไปจากโรงเรียนอนุบาลปัตตานีหลายคนแล้วแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังเรียนอยู่ เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาและบรรทัดฐานของ รร.อื่นๆ ทั้ง 2-4 จังหวัดอีกได้ เพราะที่เราต่อสู้เรียกร้องนั้นไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด เป็นระเบียบที่ถูกต้องตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้ว และไม่ได้ทำให้เดือดร้อนต่อศาสนิกอื่นแต่อย่างใด วันนี้จึงขอขอบคุณอีกครั้งกับทุกคนที่ร่วมต่อสู้กันมา และขอบคุณอีกหลายคนที่ช่วยผลักดัน นักกฎหมายที่ช่วยเขียนสำนวน และอีกหลายๆ ท่านที่ขอสงวนนามไว้ด้วย”

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.ปัตตานี