ภาคเอกชนยะลา เสนอ ครม.สัญจรฯ ต่อยอดพัฒนาเส้นทาง ยะลา-เบตง ดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่

0
147

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายธนันท์รัฐ ศรประสิทธิ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดยะลา เปิดเผยถึง ครม.สัญจรที่ จ.นราธิวาส ว่า ข้อเสนอของภาคเอกชน (หอการค้าจังหวัดยะลา) ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดยะลา (กรอ.ยล.) ครั้งที่ 1/2563 เพื่อเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในวันที่ 20 – 21 มกราคม 2563 ณ จังหวัดนราธิวาส ประเด็นแรกคือ ด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน 1 โครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินทางเลี่ยงเมืองจังหวัดยะลา (ด้านตะวันตก) 4 ช่องจราจร งบประมาณ 1,500 ล้านบาท

เหตุผลความจำเป็น เนื่องจากในปัจจุบันการเดินทางจากจังหวัดสงขลา ปัตตานี ไปอำเภอเบตงต้องเดินทางผ่านเข้าตัวเมืองยะลา ทำให้การจราจรภายในเมืองยะลาติดขัด ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่อำเภอเบตง ลดปริมาณการจราจรในเขตเมืองยะลา เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้สัญจรและประชาชนในเขตเมือง จึงขอให้เร่งรัดการดำเนินโครงการ นอกจากนี้เส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมโยงเส้นทางจังหวัดยะลาและนราธิวาสได้อีกด้วย ทั้งนี้ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ก่อสร้างแล้ว รายละเอียดแบบแปลนพร้อม อยู่ในแผนกรมทางหลวงปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2566 หากปรับแผนสามารถดำเนินการได้ทันที
นายธนันท์รัฐ เผยว่าขอให้เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินทางเลี่ยงเมืองจังหวัดยะลา (ด้านตะวันตก) 4 ช่องจราจร2 โครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินเส้นทางเชื่อมยะลา – เบตง – สนามบินเบตง เหตุผลความจำเป็น อำเภอเบตงเป็นเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยกลางปี พ.ศ. 2563 สนามบินเบตง จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวในพื้นที่ จำนวน 1 ล้านคน/ปี และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 4 พันล้านบาท/ปี จึงขอให้เร่งรัดการขยายเส้นทางสาย 410 (ยะลา-เบตง) เป็น 4 ช่องจราจรเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมืองยะลาและจังหวัดชายแดนใต้


นายธนันท์รัฐ เผยต่อว่าขอให้เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมยะลา – เบตง – สนามบินเบตง ตามที่แขวงการทางยะลาเสนอ 3 การขยายเส้นทางเดินรถไฟขบวนทักษิณารัถย์เชื่อมต่อเส้นทางสถานีชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก เหตุผลความจำเป็น เนื่องจากขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ ขบวนที่ 31 เดินรถระหว่างสถานีกรุงเทพ ถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ เที่ยวกำหนดเวลา 14.45 น. ถึงหาดใหญ่ 06.35 น. และขบวนที่ 32 เดินรถระหว่างสถานีชุมทางหาดใหญ่ – สถานีกรุงเทพฯ เที่ยวกำหนดเวลา 18.45 น. ถึงกรุงเทพฯ 10.30 น. ให้บริการไป-กลับ วันละ 1 เที่ยว เป็นขบวน รถนอนปรับอากาศรุ่นใหม่ทั้งขบวน จึงมีความสะดวกสบายในการเดินทาง แต่รถไฟขบวนดังกล่าวกำหนดปลายทางและต้นทางไว้ที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ มิได้เชื่อมต่อลงไปถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ชายแดนประชาชนส่วนใหญ่นิยมใช้รถไฟในการเดินทางประกอบกับ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ไม่มีสนามบิน ทำให้มีตัวเลือกพาหนะในการเดินทางไม่มากนัก ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีรถไฟเดินทางไป – กลับ กรุงเทพฯ เชื่อมต่อสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 8 ขบวนต่อวัน (เที่ยงล่อง 4 ขบวน แต่ขบวนรถไฟดังกล่าวไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล และมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเดินทางไปใช้บริการรถไฟที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ดังนั้นการขยายเส้นทางการเดินรถไฟขบวนดังกล่าว จึงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ และเนื่องด้วยการเดินทางด้วยรถไฟเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยสูง จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวในสามจังหวัดภาคใต้ชายแดนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
นายธนันท์รัฐ เผยอีกว่าขอให้ขยายเส้นทางเดินรถไฟขบวนทักษิณาเชื่อมต่อเส้นทางสถานีชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ จากสถานีสุไหงโก-ลก ถึง สถานีปัตตานี (โคกโพธิ์) เพื่อ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของเมืองที่อยู่บนทางรถไฟ ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ปัจจุบันนิยมเดินทางด้วยรถไฟมากขึ้น ส่งเสริมการขนถ่ายสินค้าทางราง เพื่อเชื่อมระบบเศรษฐกิจ คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมไปทำงานในร้านอาหาร (ต้มยำกุ้ง) ในประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนมาก การมีรถไฟทางคู่จะช่วยให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางและสร้างความรู้สึกความเป็นคนไทยมากขึ้น

ข่าว​ มูกะตา​  หะไร​ ทีมข่าว@ชายแดนใต้​ จ.​ยะลา

แสดงความคิดเห็น