ฝ่ายค้านพร้อมเต็มสูบอภิปรายทั่วไป “ทวี” ลั่นเตรียมเผยข้อมูลใหม่เปิดแผลรัฐบาล

0
331

การไลฟ์สดของเพจเฟซบุ๊ก The Reporter ล้อมวงคุยคืนนี้ “พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมไหม!!! ก่อนเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ที่ได้คุยกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ ก่อนเปิดการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ระหว่างวันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2565

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมการว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมการกันมาตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว เพราะเรามีการท้วงติงในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจเราบอกกับรัฐบาลว่า วิธีการที่เขาบริหารจัดการแนวทางที่เขาเดินอยู่มันมีแต่จะดิ่งเหว เรื่องของเศรษฐกิจจะเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งก็วางโครงเอาไว้แล้วสมัยประชุมนี้คงได้ยื่นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก ประจวบเหมาะกับมันมีปัญหาหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องโควิดระลอกใหม่ โอมิครอนก็มา เรื่องของการปกปิดการระบาดของโรคอหิวาในหมู จึงเป็นวาระที่เราได้ยื่นญัตติใน 152 เข้าไป

พรรคเพื่อไทยใช้กลไกทั้งหมดของ ส.ส. คือการลงพื้นที่ ไปสอบถามจากพี่น้องประชาชน และกลไกของกรรมาธิการที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ในการสอบถามกับข้าราชการที่มาชี้แจง เพื่อหาข้อมูลประเด็นปัญหาเพื่อเตรียมในการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งเราเตรียมมาเดือนหนึ่ง ซึ่งการอภิปรายทั่วไปฯ โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเป็นการซักถามข้อเท็จจริงกับคณะรัฐมนตรี ไม่จะไม่สามารถกำหนดได้ว่าเป็นใคร นั้น ครม.ทั้งคณะต้องมาสแตนบายและมารับฟัง เมื่อมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐมนตรีหรือหน่วยงานใด ก็ต้องลุกขึ้นตอบ

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาทั้งหมดทั้งมวล ศูนย์ร่วมของปัญหามันอยู่ที่นายรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมเชื่อว่า น้ำหนักโดยมากของผู้อภิปรายจะไปที่ท่านนายก แต่การไม่ลงมติก็เป็นงานยากของฝ่ายค้าน ที่สำคัญจุดแข็งของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการไม่สะทกสะท้านกับปัญหา เพราะว่า เราอภิปรายกันมาหนักๆ หลายครั้งแต่ท่านก็ลอยตัวพอสมควร ก็คือไม่ค่อยจะรู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน

แต่ผมเชื่อว่า การอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งนี้ อย่างน้อยก็ได้เปิดแผล ชี้ให้สังคมเห็นว่า กระบวนการบริหารงานราชการแผ่นดินที่ผ่านมา มันนำมาซึ่งปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน มันไม่ใช่เหตุบังเอิญไม่ใช่ความโชคร้ายของคนไทย แต่มันเป็นเพราะการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้สถานการณ์มันเกิดมาอย่างในทุกวันนี้ แรงกดดันจากพี่น้องประชาชนจะเป็นจุดส่งต่อไปยัง ส.ส.ทุกพรรคการเมือง

ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า สุดท้ายก็ต้องดูว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด เมื่อถึงสมัยประชุมถัดไปซึ่งกฎหมายสำคัญๆจะต้องเข้ามา เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งเตรียมไว้นานแล้วแต่ยังไม่ได้เอาเข้ามาหรือที่สำคัญที่สุดก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติยังไงสมัยประชุมหน้ามาแน่นอน ท่านจะมีความมั่นใจ จะมีความกล้าเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบนั้นหรือไม่

ฝากรัฐบาลรับฟัง เพราะว่าข้อแนะนำพวกเราแม้มันไม่ลงมติ แต่เรื่องที่พวกเราอภิปรายถ้าท่านเก็บไป คิดไตร่ตรองแล้วก็เอาไปปรับใช้ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนไม่มาก็น้อย ส่วนพี่น้องประชาชนก็ฝากติดตามรับฟังและช่วยกันคิดตามว่า สิ่งที่พวกผมพูดมันมีเหตุและผลมากน้อยเพียงใด เชื่อว่าไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ปัญหาเรื่องของการระบาดของโควิด การระบาดของโรคในหมูในวัว ปัญหาทางด้านการเมือง การละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงมีทุกประเด็น ผมเชื่อว่าพลังของประชาชนยังไงก็ยิ่งใหญ่ที่สุด วันหนึ่งอำนาจก็ต้องกลับไปที่ประชาชน วันนั้นทุกท่านจะเป็นคนตัดสินครับ

ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การอภิปรายทั่วไปแบบซักถาม เพิ่งมีครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 60 และเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะว่า ไม่อยากให้รัฐบาลมองฝ่ายค้านเป็นข้าศึกหรือศัตรู เพราะโดยปกตินโยบายสาธารณะที่รัฐบาลไปบริหาร ไม่ใช่รัฐบาลควรจะทำอะไร รัฐบาลจะต้องทำอะไร สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือรัฐบาลควรไม่ทำอะไรและรัฐบาลต้องไม่ทำอะไร สิ่งสำคัญที่สุดจุดเริ่มต้นของการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีของเราทั้งหมด จะต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ประจักษ์

สำหรับพรรคประชาชาติเราก็จะเอาไปเอาคำถามความเดือดร้อนและสิ่งที่ประชาชนเห็น เอามาพูดให้นายกและคณะรัฐมนตรีฟังว่า สิ่งที่ผมอยากจะพูดให้เห็นว่า ในยุคของท่าน ท่านได้ทำร้ายประชาชน ทำร้ายเศรษฐกิจสังคม แค่รายงานการเงินที่มารายงานสภา รายรับเราได้น้อยกว่ารายจ่าย ถ้าเป็นบริษัทอันนี้ต้องเข้าสู่การล้มละลายแล้ว และท่านยังได้สร้างปัญหาให้กับประเทศ ด้านเศรษฐกิจ สังคม เป็นการกระทำโดยที่ท่านจะรู้ถึงกาลหรือไม่รู้ถึงกาลก็ตาม แต่ท่านได้สร้างความทุกข์และความเวทนาให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ทุกคนได้รับผลกระทบเท่ากัน แต่คนจนจะได้รับผลกระทบมากกว่า ทั้งหมดจะเป็นสิ่งที่จะมาเรียนและเสนอแนะ ซึ่งบางอย่างท่านก็ต้องตอบ ถ้าท่านไม่ตอบสังคมก็คงจะตามท่าน

การอภิปรายพรุ่งนี้ ประชาชนจะได้ข้อมูลใหม่ จะได้ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เป็นประโยชน วันนี้ประชาชนตื่นรู้ พรรคประชาชาติเราได้รับข้อมูลมาอยากรัฐบาลตั้งใจฟัง คิดว่าฝ่ายค้านคงไม่เอาเรื่องที่เป็นเรื่องไร้สาระ แต่จะเอาปัญหาของประชาชน ที่ได้รับปัญหาหนักมาก

พ.ต.อ.ทวี ยกตัวอย่างว่า อย่างเมื่อเร็วๆนี้เพิ่งลงไปทางภาคใต้ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยได้ทำลายระบบสมองเรื่องการศึกษา คือเด็กบางโรงเรียนพอปิดเรียนมา 2 ปี โดยเฉพาะเด็กในภาคใต้ไม่มีโทรศัพท์พอไปเจอเด็กอีกคนมีโทรศัพท์ เขาก็เศร้าซึมโหยหาโทรศัพท์เพื่ออยากจะเรียนหนังสือ นายกรัฐมนตรีกับรัฐบาล ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ แต่กับงบประมาณที่จะไปในหน่วยความมั่นคงบางหน่วยแปลงเป็นงบลับ 5-6 พันล้าน คือเขามองความมั่นคงของตัวเอง ความมั่นคงของรัฐสำคัญกว่าความมั่นคงของประชาชน รัฐบาลอยู่ยากถ้าทำอย่างนี้ เพราะเป็นการทำลายคุณภาพของประชาชาติ คือประชาชนที่พลเมืองของประเทศ เรื่องต่างๆเหล่านี้เราไม่ได้ถามเพื่อจะให้รัฐบาลเสียหน้า ถามว่ารัฐบาลทำอะไร ปิดเรียนมา 2 ปี งบประมาณกระทรวงการศึกษา 5 แสนล้าน และงบฝึกอบรมปีละแสนกว่าล้าน เอาไปทำอะไร คือท่านไม่ใส่ใจประชาชน ผลักภาระให้เด็กไปอยู่กับครอบครัว แล้วท่านไม่ได้ทำอะไรเลย นี้เป็นส่วนที่ยกตัวอย่างให้ฟัง

อีกสิ่งที่อยากจะบอก รัฐบาลต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ท่านเชื่อไหมว่า มีกฎหมายปฏิรูปประเทศที่รัฐบาลจะต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี และให้บรรลุผล 5 ปี และในวันที่ 6 เม.ย.65 ต้องบรรลุผล กฎหมายตำรวจยังไม่เสร็จเลย เรื่องที่จะขอปฏิรูปก็ไม่ทำซักอย่าง คาดว่า ยังมีกฎหมาย 50 – 100 ฉบับ อย่างนี้คือรัฐบาลไปบอกให้คนทำตามกฎหมายแล้ว เป็นกฎหมายปฏิรูปที่ใช้สองสภารัฐบาลยังไม่ทำเลย เหมือนไปไล่กดทับคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำ

ตัวแทนพรรคประชาชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลเวลาเหลือน้อยแล้ว น่าจะฟังฝ่ายค้านหรือ ส.ส.พูดถึงปัญหา เพราะมันเป็นการถามข้อเท็จจริงกับรัฐบาล แล้วบางอย่างถ้าเห็นว่ารัฐบาลยังหลงทิศหลงทาง เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเราก็อาจจะแนะนำบ้าง ซึ่งก็ทราบว่า จริงๆท่านก็ไม่ฟังอยู่แล้ว พอมีคำแนะนำดีๆก็ใช้วิธีการแถลงข่าวใช้วาทะกรรมแก้ตัวไปที่เห็นมาก็เป็นอย่างนี้ครับ