ปัตตานี-ผ่อนคลายมาตรการจัดกิจกรรมได้ ไม่เกิน 200 คน ขยายเวลาปิดร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ จาก 22.00 เป็น 23.00 น.

0
339
ปัตตานี-ผ่อนคลายมาตรการจัดกิจกรรมได้ ไม่เกิน 200 คน ขยายเวลาปิดร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ จาก 22.00 เป็น 23.00 น.
ปัตตานี-ผ่อนคลายมาตรการจัดกิจกรรมได้ ไม่เกิน 200 คน ขยายเวลาปิดร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ จาก 22.00 เป็น 23.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 มกราคม 2565 นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ครั้งที่ 3/2565 ที่ห้องประชุมพญาตานี ชั้น 4  ศาลากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  ของจังหวัดปัตตานี ที่เร่งการการฉีดวัคซีนกระตุ้มเข็ม 3 และการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก ด้วยระบบ ATK  ค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคโควิด – 19 สายพันธุ์โอมิครอน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร COVID-Free Setting  และติดตามผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ 7 ด้าน ประกอบด้วย  คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ , ด้านการควบคุมการแพร่ระบาด , ด้านการรักษาผุ้ติดเชื้อ ,  ด้านการเยียวยา , ด้านการเตรีความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนคลาย , ด้านข้อมูลประชาสัมพันธ์ และรับเรื่องร้องเรียน และด้านกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการผ่อนคลายมาตรการฯ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี หลังจากที่สถานการณ์ได้คลี่คลายมากขึ้น โดยให้สามารถจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน จากที่กำหนดจำนวนไม่เกิน 25 คน ให้เป็นจำนวนไม่เกิน 200 คน ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และการขยายเวลาการปิดร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จากเวลา 22.00 น. เป็น 23.00 น. และร้านสะดวกซื้อ จากที่ปิดให้บริการระหว่างเวลา 22.00 – 03.00 น. เป็น ระหว่างเวลา 23.00 – 03.00 น. ด้วย สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด- 19  และการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลดลง พร้อมยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ อย่างใกล้ชิด เพื่อลดการแพร่ระบาดและเสียชีวิต ข้อมูลสถานการณ์ COVID – 19 จังหวัดปัตตานี  ประจำวันที่ 16 มกราคม 2565  ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 10 ราย  ผู้ป่วยยืนยันสะสม 48,561 ราย ผู้หายป่วย  47,897 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 476 ราย 

ภาพ/ข่าว/ทีมข่าว@ชายแดนใต้