นราธิวาส -แม่ทัพ 4 แถลงเสียใจเหตุเข้าใจผิด 3 ศพเหตุบนเขาตะเว ย้ำตั้งกรรมการสอบพร้อมให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย!!

0
2265

จากกรณี มีการรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ปะทะบนเทือกเขาตะเว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ มีข่าวจากชาวบ้านยืนยันเผยแพร่ทางโซเชียลฯ ที่ยืนยันว่า ผู้ตายทั้ง 3 ศพ ไม่ใช่แนวร่วมแต่อย่างใด เป็นเพียงชาวบ้าน ที่ขึ้นไปทำงานตัดไม้และหาของป่า ซึ่งเป็นงานปกติประจำที่ทำทุกวัน
ซึ่งเหตุดังกล่าวมีรายงานว่า เป็นการเข้าใจผิด …!!

ทำให้ตลอดช่วงตั้งแต่เช้าวันนี้ ศพของทั้ง 3 ยังไม่ได้ถูกนำลงมาทำพิธีทางศาสนา เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่ทำการพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลายาวนานกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว
และตลอดแนวบริเวณทางขึ้นเขาที่ไปยังสถานที่เกิดเหตุนั้น ถูกเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไว้ซึ่งไม่ได้อนุญาติให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไป ยกเว้นแต่ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น

ขณะที่บรรดาพ่อแม่ ญาติๆ ของผู้เสียชีวิต รวมถึงชาวบ้าน รวมตัวกันกว่า 500 คน เฝ้ารอร่างผู้เสียชีวิตลงมาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา และรอคำตอบจากเจ้าหน้าที่ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ไปในทางที่ดี เหตุครั้งนี้ต่างมีข้อกังขา และข้อกังวล  และต้องรอการพิสูจน์ชันสูตรศพจากแพทย์ที่ รพ.อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะทำพิธีทางศาสนาได้

จากการยืนยันและเปิดเผยชื่อและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีภาพถ่ายบนบัตร ปรากฏชื่อคือ นายมะนาซี สะมะแอ อายุ 27 ปี​ นายฮาพีซี มะดาโอะ อายุ 24 ปี และ นายบูดีมัน มะลี อายุ 26 ปี ทั้งหมดเป็นชาว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
ซึ่งบรรดาญาติกับชาวบ้านในพื้นที่หลายรายต่างให้ข้อมูลยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตไม่ใช่ผู้ก่อความไม่สงบ แต่เป็นชาวบ้านที่ขึ้นเขาไปตัดไม้ และหาของป่า โดยเดินขึ้นภูเขาไปตอนเช้า มีคนเห็น และกำลังจะกลับลงมาในช่วงเย็น แต่อาจจะไปพบกับทหารที่ปฏิบัติการอยู่พอดี และอาจมีการเข้าใจผิด จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นการด่วน
สอดคล้องกับ นายมะหะมะ มะดาโอะ พ่อของนายอาพิซี มะดาโอะ 1ในผู้เสียชีวิตก็ยืนยันด้วยว่า ลูกชายของตนไม่เคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการหรือ เป็นแนวร่วมของฝ่ายใด ๆ

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานไปยังคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพื่อความกระจ่าง โดยขอให้ลงพื้นที่จริงเพื่อสอบถามพยานและครอบครัวในพื้นที่ ต.บองอ ด้วย โดยทั้งหมดได้ขึ้นไปบนภูเขาพร้อมเจ้าหน้าที่ ติดตามตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริง ณ จุดเกิดเหตุและตรวจสอบพิสูจน์ หลักฐานให้รอบด้านแล้ว ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่บนเขาสูง พื้นที่สูงชัน ต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงนำศพลงมาได้ลำบากมาก

ซึ่งต่อมา ในเวลา 15.00 น. แม่ทัพภาคที่ 4ได้เดินทางมาในพื้นที่ด้วยตนเอง หลังจากตรวจสอบรายงานแล้วได้อ่านแถลงการณ์ด้วยตนเอง
โดยแถลงการณ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
เรื่อง ข้อเท็จจริงเหตุยิงราษฎรเสียชีวิต 3 รายบนเขาตะเว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

จากกรณีเจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้ปะทะกับกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เหตุเกิดเมื่อ 16 ธันวาคม 2562 บนเทือกเขาตะเว ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส นั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงให้ทราบ ดังนี้
ในนามของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ที่เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐโดยขอยืนยันว่าจะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ด้วยความโปร่งใสและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ แม้เบื้องต้นพบว่าเป็นการสำคัญผิดของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามหากภายหลังพบว่าเจ้าหน้าที่กระทำความผิดด้วยความจงใจ
ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาทหารขั้นสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น
2จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นการขยายผลจากเหตุปะทะกับกลุ่มคนร้ายเมื่อ 4 ธันวาคม 2562ในพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส แต่คนร้ายได้หลบหนีไปได้ และจากภาพข่าวความเคลื่อนไหวของคนร้ายอย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา จึงได้จัดกำลังเข้าไปพิสูจน์ทราบ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เคยปะทะกับกลุ่มคนร้ายหลายครั้งในห้วงที่ผ่านมา

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เจอกับกลุ่มบุลคลไม่ทราบฝ่ายประมาณ 4-5 คน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว เพื่อตรวจสอบแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีพร้อมกับได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยิงตอบโต้และเมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีผู้เสียชีวิต
3 ราย ส่วนที่เหลือได้หลบหนีไปได้
3 ในห้วงที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
ได้เปิดแผนเข้ากดดันบังคับใช้กฎหมายกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ป่าภูเขาทุกพื้นที่พร้อมได้ออกคำสั่งห้ามราษฎรขึ้นไปหาของป่าหรือกระทำสิ่งอื่นใดในพื้นที่ป่าภูเขา ทั้งนี้ได้แจ้งผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เทือกเขาเมาะแตและเทือกเขาตะเว ถือเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดเพราะเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ได้เคยปะทะกับกลุ่มคนร้ายมาแล้วหลายครั้ง โดยที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดฐานที่มั่นบนพื้นที่
เขาตะเวและเขาเมาะแตได้ถึง 8 ฐาน

อย่างไรก็ตามเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย
เป็นราษฎรในหมู่บ้านมิใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง แต่ได้สำคัญผิดว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว
ก็ตาม แต่เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดยจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนของหน่วยเพื่อดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางวินัยและทางอาญาขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อละเว้น นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการ

ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจากผู้แทนของทุกภาคส่วนที่ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานอย่างเป็นอิสระด้วยความโปร่งใส เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้เหมาะสมและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่บทสรุปดังกล่าว จะไม่มีข้อพันธะผูกพันทางกฎหมาย ทั้งนี้ จะรายงานความคืบหน้าการดำเนินการให้สังคมทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น