ผบช.ภาค 9 ร่วมกับ ตร.ยะลา แถลงข่าวจับกุม ทีมฆ่า นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ หน.โครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต พบมือปืน อายุเพียง 14 ปี!!

0
153

ผบช.ภาค 9 ร่วมกับ ตร.ยะลา แถลงข่าว การจับกุม ทีมฆ่า นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ หน.โครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต พบมือปืน อายุเพียง 14 ปี
จากรณีที่ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น.ได้เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธ ปืนยิงนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ นักวิชาการปาไม้ชำนาญการ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ อยู่ในซอย บนถนนอาคารสงเคราะห์ 4 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสืบสวน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ได้ทั้งหมดจำนวน 3 ราย


โดยในวันนี้ ( 14 ธค.62 ) เวลา 10.00 น. พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ร่วมกับ พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พันตำรวจเอกนราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของคดีดังกล่าว
โดยพลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามสืบสวน จากพยานหลักฐานที่ได้ เป็นของกลางที่ในที่เกิดเหตุ หัวกระสุนปืนที่ศพ จำนวน 1 ชิ้น และภาพจากกล้องวงจรปิด
จึงได้การดำเนินการสืบสวน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบ รถต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ได้แก่
1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กฌ 2949 ยะลา
มีผู้หญิงเป็นผู้ขับขี่ โดยตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ ที่อยู่
บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 10 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บัญชี
อยู่ที่สำนักงานป่าไม้จังหวัด
คันที่ 2.รถจักยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า จีที สีแดง-ดำ ไม่ติดกระจกมองหลังและ
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ชายเป็นผู้ขับขี่ และผู้ชายอีกคนที่เป็นผู้ก่อเหตุยิงนายโกวิทย์ เป็นผู้ซ้อนท้าย


ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ มาซักถามและให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ ให้การรับว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ คัน หมายเลขทะเบียน 1 กฌ 2949 ยะลา ตามภาพกล้องวงจรปิดดังกล่าวจริง และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งคือ นายตรีย์นภัทรสุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปีที่อยู่ 112/9 ม.7 ต.บาโระอ.ยะหา จ.ยะลา
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว นายตรีย์นภัทร ตามการซัดทอด มาชักถามและให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยนายตรีย์นภัทร ให้การรับว่าตนทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นจีที สีแดง-ดำ
ไม่ติดไม่เลขทะเบียน และได้ให้การยืนยันว่าบุคคลที่ซ้อนท้ายรถคันของตน คือ​ ด.ช.ยามีน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี อยู่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายโกวิทย์ฯ
จากนั้น นายตรีย์นภัทร ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจยึดเสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อ
เหตุ หมวกกันน๊อค และ รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งนำไปจอดทิ้งไว้หลังบ้านเลขที่ 31 ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา โดยแยกขึ้นส่วน
รถจักรยานยนต์ออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นได้นำตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น กึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. ยี่ห้อบาเร็ตต้า สีดำ จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนำไปซุกซ่อนไว้ริมบ่อน้ำหลังบ้านเลขที่ 8 ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของสามีพี่สาวนางอาซีซะ ซึ่งเสียชีวิตแล้ว
พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดยะลาออกหมายจับ ทั้งสามคน
ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่อง
กระสุนไว้ใครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง
หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
และจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามได้แล้ว โดยสาเหตุ ของการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งจากการทำงานในสำนักงานปาไม้จังหวัด ซึ่งนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ เป็นลูกน้องภายในที่ทำงาน และหวังจะเลื่อนตำแหน่ง อีกทั้งการขัดผลประโยชน์ทางการเงินอีกบางส่วน จึงได้จ้างวานให้คนรู้จัก คือนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ร่วมก่อเหตุสังหาร นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ โดยนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ได้หลอกให้ ด.ช.ยามีน อายุ 14 ปี เป็นผู้ลงมือยิง นายโกวิทย์ จนเสียชีวิต
โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สรุปเหตุดังกล่าว เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ใช้เหตุสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็จะถูกดำเนินคดีตวามกฏหมายต่อไป

ข่าว​มูกะตา​ หะไร​ ทีมข่าว@ชายแดนใต้​ จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น