“บิ้กป้อม”ลงใต้ ติดตามงานพัฒนาและความมั่นคง เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจชายแดน พร้อมเสริมด้านกีฬา

0
357

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามงาน ด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการดำเนินงานตามมติ กพต. โดยในช่วงเช้า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาด้านการค้าชายแดนตามมติกพต. ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ณ ห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดนราธิวาส ร่วมรับฟังผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและข้อเสนอการบริหารจัดการด่านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย ด่านตากใบ ด่านบูเก๊ะตา และด่านสุไหงโก-ลก รวมทั้งรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ ในการดำเนินงานสูงสุด รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า มติกพต.ครั้งที่ 3/2564 เห็นชอบให้ ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการพัฒนาด่านชายแดนจำนวน 3 ด่าน ผ่านโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อการขยายด่านบูเก๊ะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชื่อมต่อด่านศุลกากรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และโครงการจัดหาเครื่องคัดกรองทางการแพทย์ของด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ให้สูงขึ้นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าชายแดน ในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะประสบปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 แต่มูลค่าด้านการค้าชายแดนของพื้นที่ยังอยู่ ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 586,374.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีมูลค่านำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 457,263.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.23 ซึ่งหากมีการพัฒนาต่อเนื่องในรอบด้านทุกมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบอำนวยความสะดวก การสร้างความปลอดภัยทางการแพทย์ในการเข้า -ออกจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนสูงขึ้น และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นในภาพรวมต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่ ศอ.บต. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และมติคณะกพต. ในการยกระดับด่านชายแดนทั้ง 9 แห่งในพื้นที่ชายแดน ให้เป็นประตูรองรับการค้าการลงทุน ที่สำคัญของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามีความก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และการเดินทางเข้าออกของประชาชน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้เตรียมดำเนินการที่ด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาและติดตั้งระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบขับ ผ่าน (DRIVE-THROUGH X-RAY SCANNER) โครงการก่อสร้างห้องน้ำและอาคารละหมาด รวมถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด่านศุลกากรแห่งใหม่ ในส่วนของด่านศุลกากรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ดำเนินกิจกรรมเร่งด่วนการจัดหาแพขนานยนต์ข้ามฟาก 1 ลำ อยู่ระหว่างการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเริ่มก่อสร้าง ในเดือนธันวาคม 2564 นี้ โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 9 เดือน คาดว่าจะสามารถส่งมอบแพขนานยนต์ ได้ภายในเดือนกันยายน 2565

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวในโอกาสนี้ว่า ขอขอบคุณ หัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมต้อนรับ และ ร่วมประชุมติดตามงานด้านการพัฒนา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ การค้าชายแดน เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยต้องเร่งดำเนินการ ตามที่ ครม. ได้มีมติรับทราบไว้แล้ว เพราะสามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้เป็นอย่างมาก ผมรับทราบว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา ด่านการค้าชายแดน ทั้ง 9 ด่าน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถสร้างมูลค่า ได้เป็นจำนวนมากถึง 319,749 ล้านบาท แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด 19 อยู่ก็ตาม โดยเฉพาะ ตัวเลขการส่งออกยางพารา ซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่มากถึง 18,950 ล้านบาท รวมไปถึง การเพิ่มจำนวนสินค้าเกษตร ที่ผลิตจากพื้นที่ เพื่อส่งออก ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ ให้กับประชาชน มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น หากเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการในทุกด้าน ที่เป็นเรื่องการค้าชายแดน ก็จะยิ่งทำให้ประชาชน มีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นได้ ดังนั้นให้ ศอ.บต. ไปเร่งรัด ประสานงาน ผลักดันการทำงานของทุกส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานทุกเรื่อง ตามแผนงาน โครงการและกิจกรรม ให้มีความเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ เรื่องที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นการก่อสร้าง สะพานข้ามแม่น้ำโกลก ที่ อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอตากใบ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ฯ และ ศอ.บต. ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เกิดเป็นความสำเร็จโดยเร็ว ในส่วนปัญหาและอุปสรรค ที่จำเป็นจะต้องเสนอให้รัฐบาล ประสานงาน หรือ เร่งรัดแก้ไข ให้ ศอ.บต. รวบรวม วิเคราะห์ และเสนอเรื่องไปยัง กพต. เพื่อพิจารณาโดยเร็ว
และภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นคณะรองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังปากแม่น้ำเทพา ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วม ปัญหา การกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหามาอย่างยาวนานและประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพื่อนำข้อมูลร่วมพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำ ให้สำนักงานทรัพยากรแห่งชาติ (สทนช.) เร่งเสนอแผนหลักที่ศึกษาแล้ว เพื่อการขับเคลื่อนโดยเร็ว รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะเฝ้าระวังพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงนี้ พร้อมทั้งวางแผนเผชิญเหตุ ควบคู่กับการเก็บน้ำสำรอง ไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งต่อไป

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธาน กองทุนกีฬา มอบอุปกรณ์ กีฬาหลากชนิด ผ่านสมาคมกีฬานราฯ เพื่อส่งเสริมคนแดนใต้ เสริมสร้างกีฬาสู่ความเป็นเลิศ

โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติพร้อมด้วย ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนฯ ได้มอบอุปกรณ์กีฬาชนิดต่างๆ นำร่องให้กับจังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดแรก เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาสได้นำไปใช้สร้างสุขภาพที่ดี สร้างความสุขพร้อมได้ฝึกพัฒนาทักษะด้านการกีฬาและสามารถพัฒนาศักยภาพด้านการกีฬาสู่ความเป็นเลิศหรือกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคตโดยมีนายวิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนราธิวาสและคณะ เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ณ ศูนย์ราชการ จังหวัดนราธิวาสและในครั้งนี้

ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนกีฬาฯ กล่าวว่า สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนราธิวาส สนับสนุนกีฬา ชนิดสากล และกีฬาอื่นๆ มีผลให้อยาวชนรักกีฬา และเล่นกีฬานำสู่ความเป็นเลิศ ได้รับรางวัลระดับเขต และระดับประเทศ และอื่นๆ อีกมากมายชนิดกีฬา เป็นความการรันตี เมืองนราธิวาส ที่เป็นเมืองชายแดนภาคใต้ ติดกับมาเลเซีย มองเห็นศักยภาพของคนและพื้นที่ ที่จะเชื่อมต่อกีฬาทั้งในและต่างประเทศ ได้ประโยชน์ทั้งทางกีฬา เศรษฐกิจ รวมถึงความมั่นคงด้านอื่นๆด้วย
สำหรับการมอบอุปกรณ์กีฬา ให้กับพื้นที่นราธิวาส เป็นอุปกรณ์ที่มีมาตราฐาน นำร่อง ส่งเสริมศักยภาพพื้นที่ด้านกีฬา และส่งเสริมให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ รักกีฬารักสุขภาพที่ดี และ เมื่อสถานการณ์โรคนระบาดโควิด 19คลี่คลาย ศบค.ส่วนหน้า ศบค.จว ผ่อนคลายมาตราการควบคุมพื้นที่โควิด ทางกองทุนกีฬา จะประตุ้นสนับสนุน นำกีฬา ดัง อาทิ มวยระดับเงินล้าน และอื่นๆ มาจัดในพื้นนราธิวาส ต่อไป เพื่อส่งเสริมศักยภาพพื้นที่ โดยใช้กีฬาเป็นสื่อ เพื่อส่งเสริมให้พื้นทื่มีความเข็มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป

ทางด้านนายวิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนราธิวาสได้แสดงความรู้สึกว่า “ขอเป็นตัวแทนชาวจังหวัดนราธิวาส ขอขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในการมอบโอกาสให้ในครั้งนี้ซึ่งจะได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ใช้การกีฬาเป็นสื่อเพื่อสร้างสุขภาพที่ดี สร้างความสุขให้เกิดขึ้นต่อไปพร้อมนี้ได้ส่งหนังสือขอความช่วยเหลือจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรุณาช่วยดำเนินเร่งรัดการก่อสร้างสนามกีฬานราธิวาสให้แล้วเสร็จอีกด้วย”
ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส