บิ๊กเดฟฯ​ รีบระดมคณะประสานงานระดับพื้นที่​ฯ​ ถกประเด็นกระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้​ ด่วน!! ตั้ง​คณะ​แก้ปัญหา​ประเด็น​คลิปเงินกู้​ กยศ.

0
159

 เมื่อวานนี้ 28พ.ย.62 เวลา 15.00​ที่ห้องประชุม​ ค่ายสิรินธร​ อ.ยะรัง​จ.ปัตตานี​ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค​ที​4 ในฐานะหน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ได้จัดประชุม ร่วมกับคณะประสานงานระดับพื้นที่​ในประเด็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. / หน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ กล่าวว่าในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุย​สันติสุขในพื้นที่ ได้ดำเนินการเป็น 2​ ส่วน วันนี้ได้เปิดสภาสันติสุขทั้ง 290 ตำบลให้เต็มพื้นที่แล้ว​ทั่ว จชต​ ให้เกิดภาพภาคประชาสังคมที่ใหญ่ที่สุด​ ฟังเสียงของทุกฝ่าย​ และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาในตำบลคืออะไร จะให้รัฐแก้ไขปัญหาอย่างไร​ ช่วยสนับสนุนส่งเสริมอย่างไร โดยให้สภาสันติสุขตำบลเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมของชุมชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความสันติสุขของพื้นที่นั้น​ ต้องได้รับความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคนที่ร่วมกิจกรรมคือผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ ที่จะช่วยกันสร้างความรับรู้ ความเข้าใจในสภาสันติสุขตำบล เกิดการร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการประชุมร่วมหารือ แนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นำพาสันติสุขให้เกิดขึ้น​ บรรลุผลสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป


และ สำหรับ.คณะประสานงานระดับพื้นที่ ทุกท่านของรับรู้และทราบกันอย่างดี ต้องทำให้จริงจังให้เกิดผลต่อกลุ่มคนที่กล่าวอ้างว่าเป็น BRN ที่ใช้ความรุนแรงต่อสู้เพื่อคนสามจังหวัด เขาเหล่านั้นรู้หรือไม่ว่าความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แท้จริงคืออะไร เพราะมีการบิดเบือนข่าวสารในทุกเรือง ขอให้พวกเราช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนรัฐด้วย
ทั้งนี้เหตุการณ์ไฟใต้ไม่สงบได้อย่างไร ถ้าเราทุกคนรวมพลังกัน เพราะพื้นแผ่นดินนี้เวลาจะไปไหนมาไหนก็มีความสุขไม่มีความระแวง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ลำพะยา จ.ยะลานั้น เรียกได้ว่าเป็นการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งผู้ที่กระทำสิ่งเหล่านั้นไม่ควรอยู่ในพื้นแผ่นดินนี้อีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้บังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนักอย่างเต็มที่​ และสร้างความเข้าใจเพื่อเรียกความศรัทธาให้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่กลับคืนมา

รอ.ประภัทธ กุหลาบ เลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่ แจ้งถึงประเด็นที่สำคัญให้ที่ประชุมได้รับทราบ มีประเด็นของการติดตามงานในห้วงที่ผ่านมาได้แก่​ ความคืบหน้ายาเสพติด จากกรณีชาวบ้านลงพื้นที่และยังสะท้อนเหมือนเดิม ปัจจุบัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีผลความคืบหน้า- จับกุมผู้ค้ารายใหญ่ จำนวน 177 ราย ผู้ค้ารายย่อย จำนวน 3905 ราย ยาบ้า จำนวน 883,840 เม็ด ไอซ์ จำนวน 41 กก. , เฮโรอีน จำนวน 39 กก. ใบพืชกระท่อม จำนวน 18,631 กก. สำหรับการบำบัดรักษา ผู้เสพเข้ารายงานตัวเพื่อบำบัด ๑๕,๑๔๕ คน เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,702คน ติดตามผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟู 8,141 คน


ต่อประเด็นการลงทะเบียนซิม Privacy การลงทะเบียนซิมยืนยันตัวตนด้วยระบบตรวจสอบใบหน้า และอัตลักษณ์​ ปัจจุบันทาง กอ.รมน.ภาค4​  ได้ขยายเวลาลงทะเบียน ไปถึง 30 เมย.63  แล้ว
และในประเด็นการใช้ Fake news นายมะรูฟ เจะบือราเฮง ประธานสมาคมสื่อดิจิทัลเพื่อสันติภาพ ได้นำเสนอข้อมูลเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คำว่า Fake News อาจจะดูแคบเกินไป เพราะอันที่จริงแล้ว Fake News ไม่ได้หมายถึงข่าวที่ไม่จริงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่เป็นข่าวลวง ซึ่งเป็นมหันตภัยใหม่และรวดเร็ว ความเป็นจริง Fake News มีมานานแล้วที่ชายแดนใต้ และเมื่อเร็วๆนี้หลังจากมีการปล่อยคลิปของกลุ่มเครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธออกไป​ ผู้เผยแพร่คลิปในสื่อออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้กู้ยืม กยศ.ต้องกู้ยืมผ่านธนาคารอิสลาม ทำไมไม่กู้ผ่านธนาคารออมสิน และหากยอมเปลี่ยนศาสนา แล้วกยศ. จะยกหนี้ให้ จริงหรือไม่
ทำไห้ในที่ประชุมวันนี้เห็นพ้องกันว่า จะต้องทำความจริงให้ปรากฎ หลังมีการอภิปรายในที่ประชุมอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนมากกว่าวาระใดๆ
ซึ่งผลสุดในที่ประชุมเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานการทำความจริงในเรื่องให้ปรากฎ เพื่อแก้ปัญหาที่มีใครนำไปขยายความเกลียดชังระหว่างพุทธ-มุสลิมให้เป็นการเติมเชื้อไฟใต้​  ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาข่าวลวงในโซเชียลมีเดีย ในที่ประชุมมีมติทุกคนจะร่วมกัน เพื่อลดปัญหาข่าวลวงข่าวปลอมที่เกิดขึ้น ตามกำลังและศักยภาพ ทั้งนี้​เสนอให้เพจโซเชียลมีเดียที่เคลื่อนไหวในพื้นที่​ กับเพจ​ข่างสารของฝ่ายรัฐ มาร่วมจับมือกันหันหน้าเข้าหากัน​เพื่อแก้ปัญหา​ และลดทอนความรุนแรงได้

   นอกจากนี้ มติที่ประชุมเห็นว่าต้องส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน ในภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาควิชาการ สื่อท้องถิ่น และสถาบันศาสนา เพื่อสร้างความตื่นตัว สนใจในข้อมูลข่าวสาร ที่ใกล้ตัวชีวิตประจำวัน และข่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพทุกฝ่ายจะร่วมกันทำงานเพื่อรับมือ ติดตาม ตรวจสอบ รายงาน เผยแพร่ข้อเท็จจริงในด้านต่าง ๆ และรวมพลังต่อต้านข่าวลวงในทุกระดับของสังคม
ที่ประชุมยังเสนอการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจในการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร สื่อสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อปัญหาข่าวลวง เพื่อลดคติและความเกลียดชัง พัฒนาประชาชนไปสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัล อันนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพ
และพัฒนากระบวนการของรูปแบบการทำงานและนวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมข่าวลวงอย่างมีส่วนร่วม
และ เพิ่มพื้นที่กลางเพื่อการสื่อสารความจริงอย่างสร้างสรรค์และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้คนในสังคม
และสนับสนุนการรวมพลังเพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรการในการลดการเกิดขึ้นของข่าวลวง ร่วมสกัดกั้นการแพร่กระจายของข่าวลวงอย่างรวดเร็วน

น​อกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญอีก อาทิ เช่น การดำเนินการแต่งตั้งคณะประสานงานฯ เพิ่มเติมทุกภาคส่วนครอบคลุมในพื้นที่ โดยสรุป การดำเนินการแต่งตั้งคณะประสานงานฯ และการขอรับการสนับสนุนงบประมาณฯ เพื่อให้เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ใหญ่ที่สุดในการพูดคุยสันติสุข จชต.ภายในประเทศ ได้กำหนดแบ่งเป็นกลุ่มงานประกอบด้วย กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ก ลุ่มงานศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มงานการศึกษา กลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก (ธุรกิจ, NGO.,ทรัพยากร,พัฒนาคน) กลุ่มงานเด็ก เยาวชน และสตรี กลุ่มงานสื่อมวลชน การสื่อสาร และเทคโนโลยี กลุ่มงานยุติธรรม และกลุ่มงานปกครองท้องที่​รวมคณะชุดใหม่ทั้งหมด​  82 คน

ทีมข่าว​@ชายแดนใต้​

แสดงความคิดเห็น