แม่ทัพภาค 4 ระดมคณะประสานงานพูดคุยสันติสุขชุดใหม่ 290 ตำบลพร้อม ขอให้ทุกฝ่ายพูดความจริง รับฟังความคิดเห็นทุกส่วน

0
340

เมื่อวานนี้ ณ ห้องประชุมจะบังติกอ โรงแรม ซี.เอส. อ.เมือง จ.ปัตตานี มีการประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่​ ครั้งที่​ 1 ปี2563 เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ภายใต้กลไกของการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่แบ่งออกเป็น 3 ​ระดับ คือระดับนโยบาย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระดับปฏิบัติ และระดับพื้นที่ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.วัลลภ​ รักเสนาะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุย เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

ซึ่งวันนี้พล.ท.พรศักดิ์​ พูลสวัสดิ์​, แม่ทัพภาคที่ 4​/ในนามหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ ได้เรียกประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ ชุดใหม่​ทั้งหมด​ กว่า​ 60 ท่าน​ เข้าร่วม​เพื่อกำหนด เป้าหมาย​ วางแผนยุทธศาสตร์​ มีความต่อเนื่อง ภายใต้กลไกการขับเคลื่อน กระบวนการพูดคุย และเป็นการเปิดพื้นที่ แปรเปลี่ยนความขัดแย้ง มาสู่การใช้แนวทางสันติวิธี รวมทั้งปรับปรุงคำสั่ง ให้มีความทันสมัยและเหมาะสม กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะประสานงาน ระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทั้งหมด และติดตามประเมินสถานการณ์ที่เป็นผลสะท้อนจากการพูดคุยในทุกๆด้าน และจะให้มีการขยายไปยัง ทุกๆกลุ่ม ซึ่งจากการพูดคุยในวันนี้มีการตั้งประเด็นหารือ และรายงานแผนงานที่ผ่านมา ตลอดจน การต่อยอดที่จะทำต่อในปีหน้าอย่างไร


พล.ท.พรศักดิ์​ พูลสวัสดิ์​ แม่ทัพภาคที่4​ กล่าวว่า​ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ทุกคนในคณะประสานงานที่เข้ามาในนี้มาจากหลายภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทำงานกำหนดทิศทางร่วมกัน​ ผมขอให้ทุกคน นำความจริง​ พูดความจริง อย่าบิดเบือน ในที่นี้ต้องการฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด ในคณะนี้เปรียบเสมือนสภาๆหนึ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ ผมพร้อมรับฟังความคิด ของทุกฝ่าย​เสียงของทุกคน และนำเอาการคิดวิเคราะห์ของทุกคนมาเป็นการตัดสินใจในการทำงาน
ในที่นี่เป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ฝ่ายศาสนา​, กระบวนการยุติธรรม ตัวแทนกลุ่มผู้หญิง ทั้งนี้ร่วมทำงานคู่ขนานกับ สภาสันติสุข ได้เข้าไปแล้ว ในหมู่บ้านทั้งหมด​ 290 ตำบล ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถออกความเห็นได้อย่างเต็มที่ ต่อจากนี้จะเรียกประชุมอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อขับเคลื่อน​ รายงานความเป็นไป​ และจะตั้งประเด็นกลุ่มทำงาน​ ให้ครบทุกกลุ่ม ให้ครอบคลุมไปทุกๆคน โดยต้องยึดหลักคือให้เป็นความต้องการของประชาชน


พล.ต.ธิรา แดหวา​ เลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่​ เปิดเผยว่า มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าคณะคนใหม่ คือพล.อ.พัลลภ รักเสนาะ แต่หน้าที่ คณะกรรมการทั้งหมดยังคงเดิม ทีมคณะดำเนินงานไม่เปลี่นน ทั้งหมดเป็นชุดเดิม​ และยังคงทำงานต่อเนื่องเป็นตามนโยบายเดิม ที่วางไว้ จะลงพื้นที่มาพบปะกันในเอาทิตย์หน้านี้​ ซึ่งที่ผ่านมา คณะพูดคุยได้เดินสาย​พูดคุย​ กับผู้เห็นต่างที่อยู่ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ คุยกันแล้วหลายๆกลุ่ม​ ทั้งนี้ได้รายงานสร้างความเข้าใจกับคณะทูตหลายๆประเทศ​ด้วย เชื่อมั่นว่าในปีหน้าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น
โดยที่ประชุมได้สะท้อนประเด็นปัญหาต่างๆหลายเรื่องด้วยกัน​ เช่นเรื่องยาเสพติดได้ดำเนินคืบหน้าอย่างไร จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังสะท้อนเหมือนเดิม ประเด็นความเชื่อมั่น ต้องรีบดำเนินการ อีกทั้ง การสนับสนุนงบประมาณนั้นมีการเลือกกลุ่มพวกพ้อง, การลงทะเบียนซิม การ์ด​โทรศัพท์ ขึ้นอยู่ที่การสื่อสาร ดังนั้นควรสร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
ต่อกรณีนายรักชาติ สุวรรณ​ ถูกฟ้องคดีการเมือง​ ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในคณะประสานงานระดับพื้นที การแจ้งความอาจจะทำให้กระทบต่อสภาวะแวดล้อมของกระบวนการพูดคุย ทุกคนเห็นว่าต้องเปิดพื้นที่ และมีเวทีการพูดคุยให้กว้างขวางมากขึ้น สรุปว่าจะไม่ให้กระทบ​ต่อนายรักชาติ ทุกคนให้กำลังใจ​ และมั่นใจว่า​นายรักชาติฯไม่พูดส่อไปทางที่ผิด​ ,การใช้ fake news ของทั้งสองฝ่าย ต้องมีเวที และเปิดพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและการถอดบทเรียนกระบวนการทำงานของสภาสันติสุขตำบล,การนำเสนอของคณะประสานงานระดับพื้นที รับข้อร้องเรียน ประเมินสถานการณ์ มีการติดตาม ทำประเด็นให้ครอบคลุม​ ถึงทุกๆประเด็น​ทุกฝ่ายเพิ่มความหลากหลาย CSO. ผู้นำศาสนา และภาครัฐ (มีทั้งเครื่องมือ องค์ความรู้ และพื้นที่) ควรมีการหนุนเสริมอย่างเป็นระบบให้มี พบปะแลกเปลี่ยนระหว่างคณะพูดคุย (สล.คพส.-คณะ 2) กับคณะประสานงาน (สล.คพท.-คณะ 3) อย่างต่อเนื่อง  สำหรับการควบคุม เชิญตัว ผู้ต้องสงสัยหญิง ควรมีความชัดเจน​มีการกำหนดความเหมาะสม​ให้กลุ่มผู้หญิง​ตั้งข้อเสนอแนะว่าควรทำอย่างไร​ให้ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม นอกจากนี้ตัวแทนศอ.บต.ได้เปิดเผยถึง การสนับสนุนภาคธุรกิจ​การดึงนักธุรกิจจากภายนอก การลงทุน ดอกเบี้ยต่ำ ให้เกิดการลงทุนของผู้ประกอบการ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ​ ขณะนี้​ได้รับความสนใจกับนักลงทุนจีน​ มาเลเซีย​ หรือภาคอื่นๆจำนวนมาก​ เมื่อสนามบินเบตงที่จะสร้างเสร็จในปีหน้า​ กับผลผลิตภาคเกษตรทั้งปาลม์​ ทุเรียน​ มะพร้าว​ ของทั้ง​ 3 จังหวัด​ มีจำนวนมาก​ คาดว่าการลงทุนจะเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น​ ทั้งนี้​การสร้างสภาวะเอื้ออำนวยต่อสันติสุข​ในพื้นที่​ มีความมั่นคงแล้ว​ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะได้ชัดเจนขึ้น​

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ. ปัตตานี

 

แสดงความคิดเห็น