“โอรัง​ อัสลี​ ข้าคือมนุษยชนดั้งเดิม” ชนกลุ่มแรกแห่งชายแดนใต้ ช่วง 50,000 ปีมาแล้ว

0
267

โอรัง​ อัสลี​ ข้าคือมนุษยชนดั้งเดิม” แห่งชายแดนใต้

ที่มาของ โอรังอัสลี งานวิจัยชิ้นใหม่น่าสนใจของ ของ อาจารย์ ผศ.ดร.บัณฑิต ไกรวิจิตร แผนกวิชามานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถาบันศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องคกรมหาชน)ซึ่งได้ทำ MOU เพื่อทำวิจัยร่วมกัน

ผศ.ดร.บัณฑิต เล่าถึงที่มาของการได้เข้าไปทำงานวิจัยเรื่อง ชาวโอรัง อัสลี orang asli ว่า พื้นที่ที่ลงสำรวจคือเขตป่าลึกเขตอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธ์สัตวืป่าฮาลา-บาลา อำเภอธารโต อำเภอเบตง จังหวัดยะลาและอำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส ในการเข้าไปพบกับชาวเขา โอรังอัสลี นี้ จะต้องไปกับคนพื้นที่เท่านั้น ที่สนิทสนมกันอย่างดีกับกลุ่มชาวเขา คือคนที่ได้รับความไว้วางใจเท่านั้น ซึ่งชาวเขาออรังอัสลีจะเรียกว่าเป็น”คนใน”  สำหรับคนนอกนั้น​พวกเขาจะไม่ไว้ใจ​ ไม่อยากพบ​ จะหลบหนี และซ่อนตัว ไม่ยอมให้เข้าถึงตัวได้ง่าย

ผศ.ดร.บัณฑิต  ไกรวิจิตร  แผนกวิชามานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ชาวออรังอัสลีเมื่อลงมาทำงาน รับจ้างนั้น เขาจะทำงานกับคนที่คุ้นเคย เป็นอย่างดี คนที่เขาตกลงราคา ในการรับค่าจ้างหรือราคาต่างๆได้แบบ ง่ายๆ​ตามความพอใจ การรับจ้างของพวกเขาเป็นลักษณะที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษตั้งแต่พ่อของเขา ลงมารับจ้างบ้านใดบ้านหนึ่ง แล้วพาเขาจะพาลูกลงมาด้วยตั้งแต่เล็ก จนเมื่อพ่อเขาทำงานไม่ไหวก็จะให้ลูกลงมาทำงานแทนลูกก็จะพาลูกของลูกมาด้วย ทำความรู้จักและคุ้นชินกันตั้งแต่เล็กเป็นลักษณะนี้ตลอดมา ซึ่งจะทำให้มีความรู้จักกันหมดทั้งญาติพี่น้องวงค์ตระกูล พวกเขาจะรู้จักกันหมดทั้งครอบครัวชาวไทยพุทธ และครอบครัวชาวไทยมุสลิมเช่นเดียวกันเป็นไปตามระบบนี้ตลอดมา ยาวนานหลายปี

เลาะ ชาวโอรังอัสลีกับเคริ่องมือล่าสัตว์ ไม้ซางกับลูกดอกอาบยาพิษ
เด็กๆ ลุกหลานชาวโอรังอัสลี

#เรียกเราว่า​ออรังอัสลี​ ห้ามเรียกเราว่าซาไก#

ก่อนที่เราจะเข้าไปนั้น เรื่องซีเรียส เรื่องหนึ่งคือ พวกเราถูกจัดว่าเป็นคนนอกสำหรับพวกเขาเขาไม่อยากให้ถูกเรียกว่าเป็น”ซาไก” ห้ามเรียกโดยเด็ดขาด เขาจะให้เรียกว่า โอรังอัสลี คำนี้ทำให้เป็นที่ยอมรับได้ คำว่าซาไกนี้ เมื่อ​ค้นหาความหมายแล้วจริงๆแปลว่าคนที่แข็งแรงและว่องไว คำนี้ถูกแปลเปลี่ยนไปเป็นคำอื่น ในความหมาย ถูกเรียกกลายเป็นทาสหรือคนรับใช้ ความหมายมันไม่ดี ซึ่งไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และบวกกับพวกเขาถูกจำกัดว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์อื่นพวกเขาถึงไม่พอใจ จึงอยากให้เรียกว่าโอรังอัสลีมากกว่า

แต่คำนี้มันถูกไปรวมกับคำเรียกของพวกชาติพันธุ์ของนิกิโตร จากอัฟริกา ที่คาดว่าเคยเข้ามาอยู่ในท้องถิ่นคาบสมุทธ มลายู บอรเนียว ต่างๆในช่วง 50,000 ปีมาแล้ว ที่เข้ามาปักหลักตั้งถิ่นฐาน ไปทั่วบริเวณและผสมกับคนพื้นเมือง จนเป็นกลุ่มต่างๆ มากมาย คำว่าออรัง เป็นคำมลายู “โอรัง” หมายถึง คน “อัสลี” หมายถึงดั้งเดิม เป็นคำอาหรับ ผสมกัน และมีหลายๆกลุ่มเรียกแยกย่อยไปอีกต่างๆกัน มีภาษาของตนเองเช่นภาษาจาไฮ เป็นต้น เมื่อครั้งที่ อังกฤษได้เข้ามา คืนอิสรภาพให้กับประเทสมาเลเซียนี้ ได้ใช้คำเรียกคนกลุ่มนี้ว่า orang asli ซึ่งมีนัยยะสำคัญว่า ให้รู้ว่ากลุ่มคนนี้มีมากกว่า ชาวพื้นเมืองมาเลเซียด้วยซ้ำ

กลุ่มออรัง อัสลีของในมาเลเซีย  ในประเทศไทยเรา คือนิกิโตร มาลายา กลุ่มจาไฮที่คงเหลืออยู่ เป็นเพียง​1ในกลุ่มชาติพันธุ์​ เท่านั้น รวมๆแล้วมีประชากรอยู่ในนราธิวาสและยะลาอยู่ถึง 400- 500 คนในพื้นที่เขตป่าเขาบางลางที่ติดต่อกัน และนอกจากนี้ ยังพบว่า จากการสืบ บรรพบุรุษกันแล้วปรากฏว่าพวกเขาสืบบรรพบุรุษคนเดียวกัน เป็นเครือญาติต้นตระกูลเดียวกัน จะไม่แต่งงานกลุ่มเดียวกัน จะแต่งงานข้ามเครือญาติกัน มีบางครั้งที่มีผสมกับด้วยกับคนข้างล่าง เช่นคนจีน คนไทย และอิสลาม ก็พอมีเห็นบ้าง (อ่านต่อ)​

 

@ชายแดนใต้ ภาพ/เรื่องโดย ผศ.ดร.บัณฑิต ไกรวิจิตร แผนกวิชามานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

แสดงความคิดเห็น