อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของไทย ผู้สืบเขื้อสายเจ้าเมืองสงขลาสุลต่าน สุลัยมาน(ชาห์)

0
140

สุลต่านสุลัยมาน(ชาห์) คือ ต้นตระกูลของอาศิส พิทักษ์คุมพล
น้อยคนนักที่จะรู้ว่า “นายอาศิส พิทักษ์คุมพล” มีสายตระกูลจากอดีตเจ้าเมืองสงขลาเก่า หรือสุลต่านสุลัยมาน (ชาห์) เป็นบุตรชายคนโตของท่านโมกอล ที่อพยพครอบครัวจากเมืองสาเลห์(ชวาภาคกลาง) โดยทางเรือมา
ตั้งหมู่บ้านที่ตำบลหัวเขาแดง ริมทะเลปากอ่าวสงขลา ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ในประมาณปี พ.ศ. 2145 สมเด็จพระเอกาทศรถทรงโปรดเกล้าฯให้เป็นข้าหลวงผู้สำเร็จราชการนครสงขลา และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปี พ.ศ.
2163 จึงถึงแก่อสัญกรรม

ต่อมาท่านสุลัยมาน จึงขึ้นครองนครสงขลาแทนบิดาในปี พ.ศ. 2163 ใน ฐานะผู้สำเร็จราชการนครสงขลา ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในปี พ.ศ.2173 เจ้าพระยากลาโหมศรีสุริยวงศ์ ปราบดาภิเษกเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่ง
ราชวงศ์ปราสาททอง ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง” (ครองราชย์ พ.ศ. 2173-2199)

ท่านสลัยมาน เห็นว่ามิใช่เป็นการสืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมนเฑียรบาล จึงประกาศแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา และได้ประกาศเป็นรัฐอิสระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2173 ครั้นต่อมาในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2199 2231) ในปี พ.ศ. 2523 โปรดเกล้าฯ ให้ พระยา รามเดโซ(ซู) เป็นแม่ทัพยกทัพหลวง ไปร่วมกับทัพหัวเมืองภาคใต้ มีกองอาสาจาก สมัครโปรตุเกสและดัชท์ร่วมด้วย ยกไปปราบนครสงขลา จนสลายเมืองในเวลาต่อมา


สาแหรกของตระกูลสุลัยมาน ชาร์ ไม่เพียงแต่ทายาทที่สืบสานนามสกุล“พิทักษ์คุมพล” เท่านั้น แต่ยังแตกสาแหรกเป็นนามสกุลต่างๆ อาทิ1.ณ พัทลุง 2.ศิริสัมพันธ์ (หรือสิริ สัมพันธ์) 3.มิตรกูล 4.ขัมพานนท์5.เศวตรครุ มัต 6.สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง 7.วัลลิโภดม 8.ศรุตานนท์
9. ศิริธร 10.ทองคำวงศ์ 11.พิทักษ์คุมพล 12.พิทักษ์คุมพลศิริวงษา13.แสงหลากเลิศ 14.ปวิตต์วงศ์ 15.ยงใจยุทธ 16.แก้วไศว 17.ศรีสง่า 18.ศรีเจริญ 19.เรือง ทอง 20. ศิริภาษา 21 วิทยุ 22. คชสวัสดิ์ 23. เชาวนกวี 24 หวันมุดา
25.มดาฮูเซ้น 26. ศรีวรขาน 27.ชลายนเดชะ 28. เศวตะดุล 29.จารุพันธ์ สาย คุณย่า ประวีณ ณ.พัทลุง

นี่คือส่วนหนึ่งบนเส้นทางชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ “อาศิส พิทักษ์คุมพล”จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของประเทศไทย และถือว่าเป็นมุสลิมสายใต้คนแรกที่ได้รับเลือกตั้ง และเป็นสุนหนี่ คนที่ 5 ที่ได้รับเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี

เอกราช  มูเก็ม อนุสรณ์งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ. 1439

แสดงความคิดเห็น