สุราษฎร์ธานี-ไม่อยู่บ้านไฟไหม้วอดทั้งหลัง ไม่เหลืออะไรเลย เหลือเพียงกระป๋องใส่พระ

0
105

สุราษฎร์ธานีไม่อยู่บ้านไฟไหม้วอดทั้งหลัง ไม่เหลืออะไรเลย เหลือเพียงกระป๋องใส่พระ

    นายสิทธิชัย ไทยเจริญนายอำเภอพุนพิน .สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือนายฉะโอน แจ่มแจ้ง อายุ66 ปีเจ้าของบ้านเลขที่1/2 หมู่ที่7 .ท่าข้าม .พุนพิน .สุราษฎร์ธานีที่ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลังเมื่อช่วงเช้าจนไม่สามารถนำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นออกมาได้ทันเหลือเพียงกระป๋องที่ใส่พระเครื่องแค่กระป๋องเดียว

จากการสอบถามนายฉะโอนเจ้าของบ้านทราบว่า ปกติที่บ้านจะอาศัยอยู่กันสองคนกับภรรยาแต่ช่วงหลังภรรยาป่วยเป็นโรคไต จึงได้ให้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านลูกชายที่อยู่ใกล้ๆกัน ส่วนตนเองช่วงเช้าก็จะออกไปทำงานที่ฟาร์มเพราะเลี้ยงลูกปลาและจะกลับมานอนในตอนกลางคืนเท่านั้น โดยก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา09.30 .ได้ออกไปทำงานตามปกติจนมีเพื่อนบ้านได้ไปบอกว่าเพลิงกำลังไหม้บ้านจึงรีบมาดูแต่ก็ไม่ทันแล้วเพลิงโหมไหม้อย่างรุนแรงจนไม่สามารถดับได้ทันจนวอดทั้งหลังและหลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลท่าข้ามเข้าทำการดับไฟจนเพลิงสงบได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินถูกเพลิงเผาจนไม่เหลืออะไรเลยรวมถึงทองคำที่เก็บสะสมไว้จำนวนหนึ่งด้วยจะเหลือก็เพียงกระป๋องที่ใช้สำหรับเก็บสร้อยที่แขวนพระและพระเก่าเช่นหลวงปู่ทวดพระสมเด็จและพระเหรียญที่เก็บจำนวนหนึ่งที่ไม่ถูกไฟไหม้

ด้านนายสิทธิชัย  กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี อบต.และผู้นำหมู่บ้านนำสิ่งของที่จำเป็นเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นส่วนในเรื่องของที่อยู่อาศัยผู้เสียหายจะได้ไปพักอยู่ที่บ้านของลูกชายที่มีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุไปก่อน ในส่วนของการช่วยเหลือในเรื่องอื่นจะต้องเป็นไปตามระเบียบของทางราชการส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวสร้างมานานกว่า45 ปีและอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ไม่เคยเปลี่ยนทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 ส่วนนายสำเนา แสงสาคร อายุ48 ปีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองได้นั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านค้าตอนแรกก็คิดว่าใครเผาขยะตนจึงเดินมาดูแต่กลับเห็นเป็นไฟที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงตนเองพยายามที่จะเข้าไปนำเสื้อผ้าของใช้บางอย่างในบ้านออกมาแต่ก็นำออกมาไม่ได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาทำการดับจนเพลิงสงบ.

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ .สุราษฎร์ธานี

แสดงความคิดเห็น