ปัตตานี-ประชุมโครงการเสริมสร้างการรับรู้สู่การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายภายใต้ระบบ MOU

0
20
ปัตตานี-ประชุมโครงการเสริมสร้างการรับรู้สู่การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายภายใต้ระบบ MOU

ปัตตานี-ประชุมโครงการเสริมสร้างการรับรู้สู่การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายภายใต้ระบบ MOU

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ โรงแรมเชาห์เทิร์นวิวปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเป็นประธาน การประชุมเสริมสร้างการรับรู้การจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายภายใต้  ระบบ  MOU   ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒     เพื่อ ให้กลุ่มเป้าหมาย นายจ้าง  สถานประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง ได้รับทราบข้อมูลขั้นตอน   และแนวทางการดำเนินการ รวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนการอนุญาตทำงาน ของแรงงานต่างด้าวจะสิ้นสุดลง เพื่อสร้างการตระหนัก รู้ในการจ้างแรงานต่างด้าว อย่างถูกกฎหมาย   อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานของนายจ้าง /สถานประกอบการ   และให้นายจ้าง/สถานประกอบการไปดำเนินการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวใบอนุญาตทำงานหมดอายุก่อนวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ และใบอนุญาตทำงานหมดอายุ วันที่ ๓๑มีนาคม ๒๕๖๓

โดยมี นายจ้างเจ้า ของสถานประกอบการบัณฑิตแรงงานอาสาสมัครแรงานผู้นำมชน ผู้นำองถิ่นกำนันผู้ใหญ่บนผู้สื่อข่าวในพื้นที่บริษัทนำคนต่างตัว มาทำงานในประเทศ สมาคมต่างๆ หน่วยงานNGO องค์กรภาคีครือข่าย และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมประชุมกว่า จำนวน ๕๐๐ คน

นายไกรศร วิศิษฎวงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า  จังหวัดปัตตานี  มีนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ   (เมียนมา ลาว และกัมพูชา)  ที่ต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่๒๐สิงหาคม ๒๕๖๒  จำนวน ๑๑,๕๘๙ คน (กัมพูชา๔,๓๘๔คน ลาว๒๙๓ คน  และเมียมา ๖,๙๑๒คน)เป็นแรงานต่างด้าวที่ใบอนุญาต ทำงานหมดอายุก่อนวันที่๓๑มีนาคม๒๕๖๓จำนวน๕,๙๕๔ คน(กัมพูชา๒,๕๑๒ คน ลาว๑๒๐ คน เมียนมา๓,๓๒๒คน)และวันที่๓๑มีนาคม๒๕๖๓จำนวน ๕,๖๓๕ คน (กัมพูชา๑,๘๗๒คนลาว๑๗๓คนและเมียนมา๓,๕๙๐คน)และจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่๑๕มกราคม๒๕๖๑มติณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่๒๗มีนาคม๒๕๖๑ให้แรงงานต่างด้าว ๓สัญชาติกลุ่มนี้ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุให้เดินทางกลับประเทศต้นทางและให้นายจ้างนำเข้ามาทำงานในระบบ MOU  แต่เนื่องจากแรงงานต่างด้าวเหล่านี้หากกลับประเทศต้นทางจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยคณะรัฐมนตรีจึงมีมติณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม๒๕๖๒  ให้สามารถดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงแรงงานเสนอโดยดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาลาว และ  เมียนมาที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ และ  การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและการอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปีพ.ศ.๒๕๖๒และปีพ.ศ. ๒๕๖๓ในลักษณะเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยแรงงานต่างด้าวไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ MOU โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินการประกอบด้วย สนง.จัดหางาน จ.ปัตตานี ดรงพยาบาลในสังกัดจังหวัดปัตตานี สนง.ตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์บริหารการทะเบียนภาค ๙ สาขาจ.ปัตตานี

ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.ปัตตานี

 

แสดงความคิดเห็น