นราธิวาส-ไฟไหม้ปริศนา รถยนต์ 2 คันของโต๊ะครู เผาวอดพร้อมโรงเก็บรถ

0
582

นราธิวาส-ไฟไหม้ปริศนา รถยนต์ 2 คันของโต๊ะครู เผาวอดพร้อมโรงเก็บรถ

วันที่ 7 ก.ย. ร.ต.ท.ดนัย ยังอภัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ 2 คัน ได้รับความเสียหายที่จอดไว้ในโรงรถบ้านเลขที่ 64 ม.9 ต.รือเสาะ เหตุเกิดในช่วงเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกันนี้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบ ซากรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซี.อาร์.วี. สีบอรนส์ ทะเบียน ขย 7740 สงขลา และรถยนต์เอนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน ขม 3607 สงขลา ซึ่งจอดติดกันอยู่ภายในโรงรถถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน ส่วนอาคารโรงจอดรถซึ่งสร้างด้วยเสาไม้มุงหลังคาด้วยกระเบื้องก็ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของโรงรถ ซึ่งเป็นไม้และกระเบื้องหลังคาได้หล่นลงมากองกับพื้นทั่วบริเวณ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และพบว่าจุดเพลิงไหม้น่าจะเกิดขึ้นที่บริเวณช่วงด้านหน้าของรถยนต์เอนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า ซึ่งมีซากเศษชิ้นส่วนต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง ที่ตกอยู่ใต้เครื่องยนต์เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อไปตรวจสอบ

จากการสอบสวน น.ส.มารีย๊ะ รือสะ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายอับดุลมานัท อับดุลรอแม อายุ 37 ปี เจ้าของบ้านซึ่งเป็นโต๊ะครู ทราบว่า ในขณะที่ตนและครอบครัวนอนอยู่ในบ้านพัก โดยสามีได้เดินทางไปทำธุระนอกพื้นที่ จู่ๆชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้วิ่งตะโกนบอกว่าเกิดไฟไหม้รถยนต์เอนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า ที่จอดไว้อยู่ในโรงรถ ตนจึงวิ่งออกมาดูพบมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังช่วยกันดับไฟ แต่ไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ชาวบ้านจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลตำบลรือเสาะมาสนับสนุนในการฉีดน้ำดับไฟ แต่ด้วยความรุนแรงของไฟได้ลุกลามไปติดรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าที่จอดติดกัน จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดกั้นต้นเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้รถยนต์ 2 คันและโรงรถถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด

ด้าน ร.ต.ท.ดนัย ยังอภัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอผลการตรวจสอบจากวัตถุพยานอีกครั้งว่าจะเกิดจากระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์.                                                                             

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส

แสดงความคิดเห็น