ยะลา-ศอ.บต. ร่วมภาคีเครือข่ายเกษตรกร ลงนาม MOU บริษัทเอกชนเกาหลี ส่งเสริมปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนชายแดนใต้

0
240

ยะลา-ศอ.บต. ร่วมภาคีเครือข่ายเกษตรกร ลงนาม MOU บริษัทเอกชนเกาหลี ส่งเสริมปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนชายแดนใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสาน ผ่าน “การปลูกไผ่เศรษฐกิจ” พืชแห่งอนาคต โดยมี ภาคีเครือข่ายต่างๆ ประกอบด้วย ภาคีภาคการเกษตร ได้แก่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ โดย สภาเกษตรกรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบคลุมสภาเกษตรกรจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ภาคีภาคเอกชน จาก บริษัท DIKEenergy บริษัท WooAm corporation ประเทศเกาหลีใต้ และบริษัท GB energy ซึ่งทำธุรกิจ เกี่ยวกับพลังงานสะอาด รวมทั้ง บริษัท Woodplus ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายกล้าพันธุ์ไผ่ และไผ่ชีวมวลอัดเม็ด (Bamboo Pellet) ภาคีภาครัฐ ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า สืบเนื่องจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดย สภาเกษตรกรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ริเริ่มและขยายผลโครงการส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสานของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2560 ไปสู่การทำเกษตรผสมผสานในวงกว้างมากขึ้นให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านและชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในปี พ.ศ. 2565 มีเป้าหมายหลักเพื่อปรับเปลี่ยนการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ จากเดิมเป็น การปลูกยางเชิงเดี่ยว หรือ พืชเชิงเดี่ยวอื่น ๆ ให้เป็น ฟาร์มสวนยาง ที่นำหลักการเกษตรผสมผสานมาปรับและพัฒนาให้เข้ากับวิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้ง ให้สอดคล้องกับหลักภูมิศาสตร์ ภูมิสังคมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน ไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด การสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและเป็นหลักประกันการสร้างรายได้ในระยะยาว ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีแนวทางที่จะส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่าน การปลูกไผ่เศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นพืชแห่งอนาคตตัวใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างเศรษฐกิจและรายได้ให้กับเกษตรกรร่วมกับพืชเดิมที่เกษตรกรเพาะปลูก

“โดยในส่วนของ ศอ.บต. จะเป็นหน่วยงานกลางเพื่อ ประสาน เชื่อมโยง เชื่อมต่อ ริเริ่ม ดำเนินการ ร่วมดำเนินการ ตลอดจน เร่งรัดกำกับติดตามการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสาน ผ่าน การปลูกไผ่เศรษฐกิจ พืชแห่งอนาคตของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในระบบต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ให้เป็นไปตามเป้าหมายพื้นที่การเพาะปลูกไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ ในปี พ.ศ. 2565 โดยให้เห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนและผลักดันนโยบาย การปลูกไผ่เศรษฐกิจ ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหารายได้ เศรษฐกิจ งานอาชีพ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการอย่างเร่งด่วน อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทางที่เป็นตลาดรับซื้อ ผ่านท่าเรือพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และที่ใกล้เคียง” เลขาฯ ศอ.บต. กล่าว

พลเรือตรีสมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากภาครัฐแล้วยังมี ภาคเอกชน จาก บริษัท DIKEenergy บริษัท WooAm corporation ประเทศเกาหลีใต้ และบริษัท GB energy รวมทั้ง บริษัท Woodplus ซึ่งจะดำเนินการเป็นหน่วยรับซื้อไม้ไผ่เศรษฐกิจที่มีขนาดลำต้นเหมาะสมของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุกรายโดยกำหนดอัตราการซื้อขายที่ราคาระหว่าง 650-700 บาทต่อตัน เป็นระยะเวลา 21 ปี (พ.ศ. 2563-2583) ทั้งนี้ การกำหนดราคาข้างต้นจะเป็นไปในราคาเช่นใดนั้น ให้พิจารณาตามราคามาตรฐานอ้างอิงตลาดต่างประเทศและพิจารณาถึงประโยชน์และรายได้ของเกษตรกรเป็นสำคัญจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตไผ่เศรษฐกิจ ต้นแบบอุตสาหกรรมป่าไม้เศรษฐกิจและการแปรรูป แบบครบวงจร โดยประชาชนมีส่วนร่วมกระจายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัด เพื่อเป็นขั้นตอนการทำงานเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การจัดตั้งเป็นอุตสาหกรรมไม้ไผ่เศรษฐกิจของประชาชน ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ภายใต้ข้อตกลงของ United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) ว่าด้วย Clean Development Mechanism (CDM) โดยไม่ดำเนินการใดใดที่จะนำไปสู่การสร้างปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน สนับสนุนปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีและงานวิชาการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกไผ่เศรษฐกิจและพืชพลังงานประเภทอื่น การร่วมทุนกับประชาชน การพัฒนาแปลงเกษตรต้นแบบการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากไผ่เศรษฐกิจและพืชพลังงาน แบ่งปันผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจไปในรูปแบบการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านการสนับสนุนงานธุรกิจเพื่อสังคมที่สำคัญ อาทิ การลดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ การเพิ่มปริมาณก๊าชออกซิเจนในอากาศ น้ำดื่มที่สะอาดที่มาจากต้นไผ่ให้กับครัวเรือนและชุมชน และการสนับสนุนเงินทุนเพื่อศาสนา การศึกษาและอาชีพให้สมาชิกเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการและผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมเป็นเครือข่ายการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) มุ่งสร้างสังคมที่ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกและสงบสุข ด้วยการสร้างจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองแห่งไม้ไผ่เศรษฐกิจต้นแบบการบริหารจัดการที่ครบวงจร หรือ Internationa

มูกะตา/ยะลา ทีมข่าว@ชายแดนใต้ จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น