พัทลุง-จับหนุ่มลาวเรียกค่าไถ่ กัญชา 500 โล เพื่ออิสระภาพ ! ผู้การตำรวจนำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือ ปลอดภัย

0
613

พัทลุงจับหนุ่มลาว เรียกค่าไถ่ กัญชา 500 โล เพื่ออิสระภาพ!! ผู้การตำรวจนำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือปลอดภัย

วันที่20 พค.  พล...ธรัฐชา  ถมปัทถ์ ผบก...พัทลุง พร้อมด้วย ...วิรัตน์  จีนเมือง  หน.ชุด ชปส...พัทลุง นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทลุง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภาค9 และเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 50 นายบุกเข้าช่วยเหลือ ท้าวไมน้อย ลอวันไซ อายุ  30 ปีหนุ่มชาวลาว หลังได้รับแจ้งว่า หนุ่มลาวคนดังกล่าวถูกกักตัวที่อยู่ที่บ้านเลขที่  239  หมู่ 3 .นาโหนด  .เมือง จ.พัทลุง บ้านของนายณรงค์เดช  ด้วงรัตน์  อายุ 50 ปี

โดยท้าวไมน้อย ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้วิ่งเข้าไปเพื่อขอความช่วยเหลือในสภาพที่หวาดกลัว  พร้อมเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ตนถูกชายเจ้าของบ้านพร้อมพวกรวม3 คนใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายร่างกาย กักบริเวณ ไม่ให้ไปไหน จนกว่าตนจะสั่งซื้อกัญชาอัดแท่งจำนวน 500 กก.จากประเทศลาวให้จึงจะยอมปล่อยตัว.. 

โดยการเข้าช่วยเหลือหนุ่มลาวคนดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากสถานทูตลาวผ่าน สนง.ปปส.ว่ามีหนุ่มลาวถูกคนไทยกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อแลกค่าปล่อยตัวเป็นกัญชาจำนวน 500 กก.ในพื้นที่ .นาโหนด  .เมืองพัทลุง จนกระทั่งสามารถบุกเข้าช่วยเหลือหนุ่มลาวได้อย่างปลอดภัย

หลังเข้าช่วยเหลือ หนุ่มลาว  เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังอย่างละเอียดว่า ตนได้มีการติดต่อกับกลุ่มชาวไทยผ่านจากเฟสบุ๊คเมื่อ 6 เดือนก่อน โดยมีการพูดคุยกับเรื่องธุรกิจค้าข้าวและอาหารทะเลจนตนหลงเชื่อว่า ชายไทยทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าวและอาหารทะเลจริง จึงขอมาดูกิจการจนกระทั้งในวันที่30 เมษายน 2562 ตนได้เดินทางจากประเทศลาวและกลุ่มคนไทยได้ใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน กง1777 พัทลุง ไปรับตนในคืนวันที่1 พฤษภาคม2562  ที่สถานีขนส่ง .สงขลาและกลุ่มคนไทยทั้ง3 คนพาตนไปดูสถานบริการที่บอกว่า พวกเขาเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่ .สะเดา .สงขลาก่อนจะพามาอยู่ที่บ้านในพื้นที่ .นาโหนด .เมืองพัทลุง  พร้อมชายทั้ง 3 คนได้เจรจาว่าธุรกิจของพวกเขาในประเทศมาเลเซียมีปัญหาให้ตนช่วยหากัญชามาให้จำนวน 500 กก. ซึ่งในระยะเวลาที่อยู่ที่บ้านของกลุ่มชายไทย

หนุ่มลาวบอกเจ้าหน้าที่ว่า ถูกกักตัวและถูกทำร้ายร่างกายพร้อมถูกบังคับห้ามแจ้งตำรวจห้ามร้องไห้และห้ามไปใหนโดยมีคนเฝ้าตลอดแต่กลุ่มชายไทยยอมให้ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อญาติเพราะหวังจะให้ญาติติดต่อเพื่อสั่งกัญชา  โดยตนใช้วิธีประวิงเวลาและหลอกล่อว่าจะสั่งกัญชาให้เพื่อรอให้ญาติประสานทางสถานทูตที่ลาวและให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดังกล่าว….

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายณรงค์เดช  ด้วงรัตน์  อายุ50  ปี  เจ้าของบ้าน  พร้อมพวกอีก2 คนประกอบด้วยนายกรชวัต  นะคงคา  อายุ35 ปี  และนายศราวุธ  เตยแก้ว  อายุ33ปี    พร้อมอาวุธปืนยาวจำนวน  3 กระบอก  อาวุธปืนขนาด9 มมจำนวน1 กระบอกซองบรรจุกระสุนปืนพร้อมเครื่องกระสุนอีกเกือบ100 นัดโทรศัพท์มือถือจำนวน6 เครื่อง  ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อให้เสื่อมสิทธิเสรีภาพโดยมีและใช้อาวุธปืนข่มขู่  กักขังหน่วงเหนี่ยวบุคคลอื่นซึ่งให้ได้มาซึ่งค่าไถ่  เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธพร้อมไม่ยอมให้การใดในชั้นสอบสวนระบุจะให้การในชั้นศาล  ส่วนจากการตรวจสอบเบื้องต้นปืนทั้งหมดมีใบอนุญาตครอบครองทุกกระบอก  แต่เจ้าหน้าที่ได้รับการยืนยันว่าอาวุธปืนดังกล่าวได้ใช้ในกระทำการข่มขู่หนุ่มชาวลาว  จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อเป็นของกลาง  และจะทำการตรวจสอบเทียบเคียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเคยใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่

ส่วนหนุ่มลาว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสอบปากคำในฐานะผู้เสียหายพร้อมให้ประสานญาติที่ประเทศลาว ก่อนจะดำเนินการส่งกลับประเทศต่อไป.

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.พัทลุง

แสดงความคิดเห็น