มาอ่านดู !! สพฉ.แนะวิธีช่วยเหลือกรณี เด็กติดในรถ !!

0
97

สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเด็กติดในรถย้ำหากพบเหตุให้รีบโทรแจ้งสายด่วน1669 หากพบเด็กไม่หายใจให้รีบทำCPR ระบุวิธีที่จะช่วยให้เด็กปลอดภัยที่สุดคือ สอนให้เด็กหัดเปิดล็อคประตูรถบีบแตร เปิดกระจกรถ เพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ พร้อมเตือนคุณครู จัดทำเช็คลิสต์เด็กขึ้นลงบนรถทุกครั้ง

จากกรณีที่กรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนถึงให้ผู้ปกครองและคุณครูระวังกรณี เด็กติดในรถ เพราะเป็นช่วงที่เด็กๆ เตรียมจะเปิดเทอมแล้วนั้น ล่าสุดสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ออกมาแนะนำถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากท่านพบเห็นเหตุการณ์เด็กติดในรถด้วยเช่นกันโดยเรืออากาศเอกนาย

ร้อยอากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวว่า กรณีของเด็กติดในรถไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวไหนแต่ตนอยากให้ทุกๆคนเรียนรู้วิธีในการช่วยเหลือ หากเราพบเห็นเด็กติดในรถ เพราะเมื่อเราเจอเหตุการณ์จริงเราจะได้ช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงทีทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กรพ.รามาธิบดีระบุอย่างชัดเจนว่าเด็กที่ติดในรถส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจหากแต่เสียชีวิตเพราะอากาศที่อยู่ในรถมีอุณหภูมิที่อยู่ขึ้นโดยใช้เวลาเพียง5 นาทีอุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนเด็กไม่สามารถอยู่ได้ยิ่งนานเกิน10 นาทีร่างกายของเด็กจะแย่และภายใน30 นาทีเด็กอาจหยุดหายใจและอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงานจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ดังนั้นหากท่านพบเห็นเหตุการณ์เด็กติดอยู่ในรถแล้วเด็กหมดสติหรือหยุดหายใจสิ่งแรกที่ท่านจะต้องทำคือโทรแจ้งสายด่วน1669 เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาทำการช่วยเหลือเด็กให้ได้อย่างทันท่วงทีและในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ให้รีบเข้าทำการช่วยเหลือโดยนำเด็กออกมาจากรถและนำไปอยู่บนพื้นราบที่อากาศปลอดโปร่งพร้อมกับทำการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) เบื้องต้นในเด็กทันที

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวว่า การทำCPR ในเด็กเล็กจะแตกต่างกับการทำCPR ในผู้ใหญ่เล็กน้อยโดยมีขั้นตอนการทำCPR เด็กเล็กมีดังนี้เมื่อปลุกเรียกแล้วสังเกตว่าเด็กส่งเสียงหรือเคลื่อนไหวหรือไม่ ถ้าไม่ตอบสนองไม่เคลื่อนไหวให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันทีโดยให้คนที่อยู่ใกล้ๆรีบไปโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน1669 ส่วนท่านรีบประเมินเด็กทันทีว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ถ้าเด็กไม่หายใจให้รีบทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันทีโดยรีบนำเด็กลงมาวางบนพื้นราบแข็งวางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกระดับแนวราวนมแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็กพยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจทำการกดหน้าอก30 ครั้งโดยกดให้ลึกลงไปประมาณ1/3 ของความหนาของหน้าอกการกดแต่ละครั้งต้องต่อเนื่องอัตราเร็วประมาณ100-120 ครั้งต่อนาทีสลับกับการช่วยหายใจโดยการกดหน้าผากเชยคางบีบจมูกประกบปากให้สนิทแล้วเป่าลมเข้าไป 2 ครั้งให้ทำสลับกันเช่นนี้ต่อไปจนครบ5 รอบหรือนานประมาณ2 นาทีแล้วประเมินซ้ำทุกๆ5 รอบหรือ2 นาทีว่าเด็กกลับมาหายใจได้เองหรือไม่ถ้ายังไม่หายให้ทำต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุดจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึงและเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะช่วยให้เด็กรอดและปลอดภัยที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่หรือคุณครูจะต้องดูแลเด็กๆให้ดีหากทำได้ผมอยากให้พ่อแม่หรือคุณครูสอนเด็กๆให้รู้จักการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถเช่นสอนการเปิดกระจกรถการปลดล็อครถการบีบแตรรถให้มีเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือและอยากย้ำว่าเราไม่ควรปล่อยเด็กไว้ในรถตามลำพังถึงแม้จะแง้มกระจกรถไว้ก็ไม่ควรทำทุกกรณีเมื่อท่านจะต้องลงจากรถเพื่อไปทำธุระก็ควรนำเด็กลงไปด้วยและคุณครูก็ควรจัดทำรายชื่อของเด็กที่ขึ้นมาในรถและก่อนลงรถควรเช็ครายชื่อของเด็กๆทุกคนดูอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเด็กลงจากรถครบแล้วทุกคนหรือไม่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เด็กติดในรถเกิดขึ้นอีกเรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ กล่าว

แสดงความคิดเห็น