หาดใหญ่-คดีตำรวจอุ้มตำรวจไปรีดเงิน แม่หอบหลักฐานเพิ่ม เพื่อนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนตำรวจ 4 นายหากผิดโทษหนักขั้น ไล่ออก

0
564

คดีตำรวจชุดสืบสวนภาค9อุ้มตำรวจด้วยกันไปรีดเงิน ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกแม่ตำรวจที่เสียหายและเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำพร้อมหลักฐานเพิ่มเติม  ผู้เสียหายอีกคนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย  ส่วนตำรวจ4นายที่ถูกกล่าวหาซึ่งถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยร้ายแรงหากผิดจริงโทษถึงขั้นไล่ออก

ความคืบหน้าคดีตำรวจสังกัดชุดสืบสวนภูธรภาค9ถูกกล่าวหาว่าอุ้มตำรวจด้วยกันไปรีดเงินจำนวน 5 แสนบาทที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ และทางผู้เสียหายคือ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี  ได้ร้องเรียนผู้บังคับบัญชาและแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจที่ร่วมกันก่อเหตุ  และเมื่อวานนี้ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ดำเนินคดีอาญาและทางวินัยร้ายแรงกับตำรวจ 4 นายและพลเรือนอีก 1 คนแล้ว

ในทางคดีล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่  ได้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติมอีก 2 คน คือ นาย รุ่งเกียร์ติ หนูพันธ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย 6 คนที่ถูกตำรวจอุ้มไปที่เซฟเฮ้าส์และถูกซ้อมได้รับบาดเจ็บด้วย  และ นางอุบล จันทร์ดำ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์  เป็นผู้ที่ประสานงานเรื่องเงินค่าไถ่กับตำรวจ โดยผู้เป็นแม่ได้นำหลักฐานที่เป็นการแช็ตไลน์มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมรวมทั้งชี้ตัวยืนยันตำรวจ 3 นายและหญิงสาวอีก 1 คนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินค่าไถ่ตัว ซึ่งชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง  ในขณะที่นายรุ่งรัตน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้แจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย

นางอุบล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางหญิงสาวที่เป็นผู้ประสานงานและอ้างว่าเป็นเมียตำรวจได้ติดต่อมาเพื่อที่จะขอคืนเงินและคืนรถเก๋งที่ยึดไปให้ แต่หลังจากเรื่องนี้กลายเป็นข่าวและมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีก็เงียบหายไปทั้งหมด ซึ่งคดีนี้ขอให้ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมาย

ในขณะที่ นายรุ่งรัตน์ บอกว่า ในวันเกิดเหตุถูกอุ้มไปที่เซฟเฮ้าส์จำนวน 6 คน และถูกทำร้ายร่างกาย 5 คน มีเพียงคนเดียวที่ไม่โดนคือ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ที่เป็นตำรวจ

ด้านตำรวจทั้ง 4 นายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ซึ่งโดนทั้งคดีอาญา และทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยในส่วนของทางวินัยหากสุดท้ายแล้วผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริงก็จะมีโทษถึงขั้นไล่ออก.

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.สงขลา

 

แสดงความคิดเห็น