เรื่องเล่าของแผ่นดิน​”ปัตตานีสมรภูมิแห่งศักดิ์ศรี​ สงครามมหาเอเซียบูรพา” #​ 2

0
432

#ข้อมูล​จากคณะทำงาน​ TK park Pattani#


โค้งที่ 2
ญี่ปุ่นตัดสินใจตอบโต้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจด้วยการส่งกองกำลังเข้าโจมตีดินแดนอาณานิคมทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เริ่มจากคาบสมุทรมาเลย์ โดยยกพลขึ้นบกตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย เช่นที่ปัตตานี สงขลา บางปู พร้อมกับส่งทหารโจมตีมณฑลกวางตุ้งและเกาะฮ่องกงของอังกฤษ ส่งเครื่องบินโจมตีฟิลิปปินส์อาณานิคมของสหรัฐอเมริกา ฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ล สองวันหลังจากเปิดแนวรบไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิค รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้บัญญัติชื่อเรียกสงครามครั้งนี้ว่า “Greater East Asia War” (大東亜(Dai To-A )戦争(Senso)) ซึ่งสถานการณ์สงครามที่ขยายตัวและเชื่อมโยงกันนี้กลายเป็นที่มาของคำเรียกสงครามโดยรวมว่า “สงครามโลกครั้งที่ 2”
สำหรับแนวคิดการสร้าง “มหาเอเชียบูรพา” อันเป็นที่มาของชื่อสงครามนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้พัฒนามาจากการประกาศจัด “ระเบียบใหม่ในเอเชียตะวันออก” ด้วยการรวมญี่ปุ่น จีนและแมนจูกัว เข้าเป็นหน่วยเดียวกันในทางเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม ต่อมานโยบายดังกล่าวได้พัฒนามาเป็นแนวคิด “วงไพบูลย์ร่วมกันแห่งมหาเอเชียบูรพา” (Greater East Asia Co-Prosperity Sphere) ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ญี่ปุ่นใช้ในการทำสงคราม โดยระบุจุดประสงค์ว่าเพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงขึ้นในเอเชียตะวันออกและป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากแองโกล-อเมริกา มีเป้าหมายในทางปฏิบัติคือ การสร้างเขตพึ่งพาตนเองในทางเศรษฐกิจ เนื่องจากญี่ปุ่นมองว่าขั้นตอนแรกของการปลดปล่อยเอเชียจากจักรวรรดิตะวันตก คือ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาตะวันตก โดยแบ่งพื้นที่ในวงไพบูลย์ออกเป็น 2 ส่วนคือ วงไพบูลย์ด้านใน ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน แมนจูกัว และวงไพบูลย์ด้านนอก คือ ดินแดนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค

โค้งที่3
สำหรับประเทศไทย เมื่อรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ตกลงเข้าร่วมกับญี่ปุ่นในการทำสงครามเมื่อต้นปี พ.ศ. 2484 จึงได้ถอดเอาความหมายของ “Greater East Asia War” เป็นคำว่า “สงครามมหาเอเชียบูรพา” ช่วงระยะเวลาสี่ปีในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพานับเป็นช่วงเวลาพิเศษของประวัติศาสตร์การเมืองไทย เนื่องจากการเมืองภายในได้ถูกผูกโยงเข้ากับสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างซับซ้อน ผลกระทบจากการเข้าร่วมสงครามต่อการเมืองไทย มีทั้งผลในทางตรงและทางอ้อม

เครดิตภาพ​ #photoontour.com, sites.Google.com, wikiwand.com

แสดงความคิดเห็น