สงครามประวัติศาสตร์ เมืองรามัน กับเมือง เปรัค

0
2372

 

โดย อิสมาแอล สาเระ นักประวัติศาสตร์มลายูเบตง

ในสมัยอดีตกาลก่อน นั้นดินแดนบริเวณ ฮูลูเปรัคนั้นเป็นของเมืองรามันมาก่อน และเมืองรามันนั้นเป็น ส่วนหนึ่งของอาณาจักรปัตตานี คนปัตตานีคือ ผู้คนกลุ่มแรกที่มาบุกเบิก ตั้งเมืองที่ ฮูลู สุไหง เปรัค (Hulu sungai perak ) ด้วยเหตุนี้เองที่ รายารามัน ถือว่า ฮูลู เปรัค เป็นดินแดนของรามัน ครั้งหนึ่งรายา รามันเคย ไปเปิดเหมืองแร่ ดีบุก ที่ เกอเรียน อินตัน

ภายหลังปี ค.ศ 1826(พ.ศ2369.) สุลต่าน เมืองเปรัค ได้ลงนาม ทำสัญญา เป็นพันธมิตรกับ บริษัทอังกฤษที่เมือง ปีนัง หลังจากนั้นไม่นาน เมือง เปรัค ก็ได้ส่งกำลังทหาร นำโดย ดาโตุ้ก ศรีไลลา (Datok Seri Laila) ได้เข้าไปขับไล่คนรามัน ออกจาก ฮูลูเปรัค จากการโจมตีของทหารเปรัค ทำให้คนรามัน ได้รับความพ่ายแพ้  คนที่อยู่ในเมืองนั้นตกใจหนีตาย ต่างอพยพหนีกลับไป ยังเมืองรามัน

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่กี่ปี ทางเมืองรามันก็ได้ส่งทหารไปขับไล่ทหาร ของเมืองเปรัค และได้ยึดเมือง เกอโระฮ์ และ เกอเรียน อินตันกลับคืนมาได้อีกครั้ง

ดินแดน ฮูลูเปรัค มีอาณาเขตกว้างขวางมาก  ทางด้านทิศเหนือ จรดเมืองปัตตานี ด้านทิศใต้จรด กัวลาเตอโมง (Kuala Temong) เมื่อสมัยย่างเข้า ศตวรรษ ที่ 19 พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเปรัค อยู่ภายใต้การครอบครองของเมืองรามัน
และในปีค.ศ. 1899 (พ.ศ.2442) คณะทำงาน ของ อังกฤษ ภายใต้การนำของ มิสเตอร์ CAMPBELL ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมา เพื่อสอบสวน และแก้ไข ปัญหา ความขัดแย้งระหว่างเมืองเปรัค กับเมือง รามัน

ผลสรุปการประชุม ของทั้ง สองฝ่าย  คือหลักเขตแดนเดิมที่ตั้งอยู่ที่ บูกิต นาซาร์ (Bukit Nasah ) ที่ทำขึ้นในปี ค.ศ 1882 (พ.ศ. 2425) ได้ถูกย้าย ขึ้นไปทางเหนือ  มาตั้งใหม่ ที่ ตำบล เกอริก (Gerik) และ เตอร์เมองอ (Temenggor) (ห่างกัน 52 กม) หลังจากนั้น ความความแย้ง ของทั้ง สอง เมือง ก็เบาบางลง ที่สำคัญหลังจากทางการสยามได้ยกเลิก การปกครองระบบเจ้าเมืองหัวเมืองทางใต้ ในปี ค.ศ. 1902 (พ.ศ.2445) และ ได้มีการทำสัญญาปักปันแดนกันใหม่ ระหว่าง สยาม กับเมืองเปรัค (มาลายา)

ในวันที่ 9 กรกฎาคม 1909 (พ.ศ. 2452) สยามได้ทำข้อตกลงกับ อังกฤษ ส่งมอบ เมือง เคดาห์ เปอร์ลิส กลันตัน และ เตรงกานู ให้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ อังกฤษ สนธิสัญญานี้ ได้ลงนามกันที่ กรุงเทพ ๆ Sir John Anderson ข้าหลวง อังกฤษ เมืองทางใต้ อยู่ที่ สิงคโปร์ เป็นตัวแทนฝ่าย อังกฤษ กับเสนาบดี ด้านการต่างประเทศของสยาม เป็นผู้แทนฝ่ายไทย และด้วยข้อตกลงฉบับนี้ทางสยาม(สมัยนั้น) ยอมยกดินแดนเขต ฮูลูเปรัค ที่ได้ยึดไปในสมัย เจ้าเมืองรามัน เมื่อก่อน คืนให้กับ เปรัค พิธืส่งมอบนั้นได้ทำกันที่เมือง เกอโรฮ์ รัฐ่ปรัค ในวันที่ 16 กรกฎาคม 1909 พ.ศ. (2452)

ในขณะที่เมืองรามัน ทำสงคราม แย่งดินแดน กับเมือง รามัน เป็นสมัยรายารามัน ชื่อ ต่วน ยากง เมืองรามัน มีสยามเป็นผู้ควบคุมอีกทีหนึ่งในฐานะหัวเมือง รามัน และ เช่นเดียวกัน เมือง เปรัค ก็มี อังกฤษ ให้การช่วยเหลือ

ในบรรดา 7 หัวเมืองทางใต้หรือหัวเมือง มาลายู เมือง รามัน แม้จะเป็นเมืองใหม่ มีระยะเวลา ปกครองเมืองไม่ถึง 100 ปี (พศ2358-พ.ศ.2445) แต่ตลอดระยะเวลา ที่มีอำนาจ บรรดาเจ้าเมือง มีศึกสงครามไม่ได้ว่างเว้น ส่วนใหญ่แล้ว จะมีการกระทบกระทั่ง กับเมือง เปรัค ที่เรียกกันว่า “สงครามบ้านพี่เมืองน้อง” PERANG SAUDARA
รายนามเจ้าหนาที่ ฝ่ายมาลายา ที่ร่วมรับมอบดินแดน

1Wan Muhammad Isa orang kaya mentri
2.Wan Muhammad Saleh,Seri Adika Raja
3.E.W. Birch resident British Perak
4.A.J.Jelf MCS, penolong Setiausaha Kepada
Residen British Perak.
5.H.Berkley Hakim Daerah Hulu Perak
6.G.SIMPSON Merinyu Polis Kualakangsar
7.D.Kemp Pengurus Rahman Hydrolic Tin
Limited Klian Intan.9t

สำหรับตัวแทนฝ่ายไทย

1.พระยาสมันตรัฐบุริทร์ นายอำเภอ เบตง
Kerajaan siam diwakili oleh Kieuong Wan Husain Pembesar Siam Di Betong

แสดงความคิดเห็น