โฆษก กอ.รมน.แจ้งข่าวดี เตรียมออกหมายจับคดียิง พระ ยอมรับคนร้ายหนีออกประเทศยากจะติดตาม

0
3144

โฆษกฯ กอ.รมน. แจ้งข่าวดี เตรียมออกหมายจับ คดียิงพระ แต่ยอมรับคนร้ายหนีออกประเทศยากจะติดตาม

วันที่ 22 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีเหตุกลุ่มคนร้ายลอบก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จ.ปัตตานีและ จ.นราธิวาส ล่าสุดทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงรอผลยืนยันจากการตรวจปลอกกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุว่าตรงกับชนิดปืนกระบอกใดบ้าง รวมทั้งรอยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุมาประกอบสำนวนส่งศาลขออนุญาตออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ตามเจ้าหน้าที่มีหลักฐานพยานยืนยันตรงกันว่าเป็นผู้ร่วมในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ในการออกติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ โดยเฉพาะเหตุลอบทำร้ายพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะ อำเภอสุไหงปาดีและเป็นเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส มรณภาพพร้อมพระลูกวัดรวม 2 รูป และมีพระลูกวัดได้รับบาดเจ็บ 2 รูป เหตุเกิดเมื่อ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาพบการทำงานสืบสวนสอบสวนนำคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต้องเจออุปสรรคเรื่องไม่สามารถติดตามในส่วนของคนร้ายที่หลังก่อเหตุทราบว่ามีการหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ขั้นต้นได้มีการประสานการทำงานร่วมระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จึงทำให้การติดตามไม่สามารถทำได้ เพราะติดปัญหาการประสานต้องเป็นในส่วนของระดับประเทศ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าในส่วนของคดีคนร้ายฆ่าพระสงฆ์ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังความพยายามกันเต็มที่ การเร่งคลี่คลายสถานการณ์นั้น พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการเน้นย้ำส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์ด้านการข่าวในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้พิสูจน์หลักฐานก็ได้ทำการเก็บปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุและสารพันธุกรรม คิดว่าไม่นานก็ทราบว่ายิงมาจากปืนกระบอกไหนบ้าง ส่วนของการประมวลจากภาพข่าวความเคลื่อนไหวในกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งทราบแล้วว่ามีกลุ่มไหนบ้างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงนี้ รอเวลาพิสูจน์หลักฐานเพื่อให้ชัดเจนก่อนที่จะอนุมัติขอหมายจับต่อไป

พ.อ.ปราโมทย์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าลักษณะของการก่อเหตุของคนร้ายในพื้นที่ชายแดน พบว่าหลายครั้งเมื่อมีการก่อเหตุแล้ว กลุ่มคนร้ายมักจะไปหลบซ่อนตัวแถวตะเข็บชายแดนของฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งมีการขนวัตถุระเบิดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาด้วย ในเรื่องนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีการประสานขอความร่วมมือกันอยู่แล้ว ในเรื่องการสร้างความเข้าใจถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังมีสื่อบางคนโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลย ตรงนี้ต้องอย่าลืมว่าคนร้ายทำงานกันเป็นขบวนการเป็นเครือข่าย เพราะฉะนั้นในการที่จะสาวไปยังคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ถึงแม้จะทราบตัวแต่ความยุ่งยากในการติดตามจับกุมก็มีเยอะ ตามที่เรียนไว้ตอนต้นเพราะบางคนก็หลบไปในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่สามารถตามตัวเขาได้เลย.