กลุ่มออมทรัพย์พนักงานรือเสาะ 100 ราย บุกศาลากลางจังหวัด ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม แก้ปัญหา ถูกเบี้ยวเงินออมกว่า 5 ล้านบาท!!!

0
442

กลุ่มออมทรัพย์พนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ จ.นราธิวาส บุกศาลากลางจังหวัด ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม ให้ผู้แก้ปัญหา ถูกเบี้ยวเงินออมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
ที่ห้องประชุมปริวรรตวรวิจิตร ชั้น 4 ศาลากลาง อ.เมืองนราธิวาส กลุ่มสมาชิกออมทรัพย์เทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ประกอบด้วยพนักงาน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างจำนวน เทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จำนวน กว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.นราธิวาส โดยมีนายฉัดชัย อุตสาหะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนสมาชิก พร้อมนายประภาศ มากทอง หัวหน้าสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ร่วมพูดคุยเพื่อหาทางออกเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน


ซึ่งกลุ่มออมทรัพย์พนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสุขาภิบาล ตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเงินออมและแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องการเงิน และยังเป็นช่องทางในการออมเงินของสมาชิกอีกทางหนึ่ง ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มาสมาชิกรวมทั้งสิ้น 129 คน ซึ่งเป็นพนักงานเทศบาล พนักงานจ้าง ของเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์ ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 ฝ่าย
และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์คณะกรรมการประจำกลุ่มได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกกลุ่มว่ามีความผิดปกติในการดำเนินงานเกี่ยวกับการเงิน ส่งผลทำให้มีกรรมการร้องขอให้มีการเปิดประชุมสมาชิกขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.2561 ขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ไม่เคยมีการประชุมแม้แต่ครั้งเดียว โดยในที่ประชุมนางรวีวรรณ สุลำนาจ เจ้าหน้าที่การเงินของกลุ่มได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานและเกี่ยวกับการเงิน โดยได้แจกเอกสารเกี่ยวกับรายรับ รายจ่ายของกลุ่มฯ ปรากฏว่าเงินได้หายไปจากบัญชีของกลุ่มสมาชิกฯเป็นเงิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งนางรวีวรรณ สุลำนาจ เป็นเจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้จัดทำบัญชีรับจ่ายและดำเนินการเพื่อเบิกถอนเงิน ไม่สามารถตอบคำถามของสมาชิกได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวหายไปไหน หายไปได้อย่างไร แต่นางรวีวรรณ ได้พูดรับปากในที่ประชุมกับสมาชิกว่า จะรับชดใช้เงินให้แต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งได้ขอระยะเวลาไปหาตัวเลขที่แน่นอน โดยขอเวลา 1 เดือน ถึงวันที่ 31 พ.ค.2561 และจะมาชี้แจงให้สมาชิกทราบ ต่อมาเทศบาลตำบลรือเสาะ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ตำบลรือเสาะ เพื่อหาข้อเท็จจริงจากเรื่องที่เกิดขี้น
ต่อมาเมื่อ 31 พ.ย.2561 ได้มีการเปิดประชุมกลุ่มออมทรัพย์อีกครั้ง นางวีรวรรณ ได้มาชี้แจงว่ายอดบัญชียอดเงินยังไม่นิ่ง ไม่สามารถจะชดใช้เงินเข้าหุ่นคืนให้กับสมาชิกได้ และอ้างว่าจะต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ทำให้สมาชิกเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก


ต่อมาคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้สรุปผลการสอบนางวีรวรรณ และสมาชิกบางส่วนปรากฏว่า นางวีรวรรณ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้นำไปใช้แต่เพียงผู้เดียว พร้อมแจ้งตือคณะกรรมการว่า จะเป็นผู้ชดใช้เงินคืนให้แก่สมาชิก แต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน วันเวลาที่ชีดเจน
จากนั้นสมาชิกจำนวน 99 คน ได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ ให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยเจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนกรรมการทั้ง 7 คน รวมทั้งสอบสวนสมาชิกทั้ง 99 คน และได้สรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่อศาลอัยการ ต่อมาประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน ทางอัยการได้ส่งเรื่องกลับมาที่เจ้าพนักงานสอบสวนแจ้งถึงข้อบกพร่องเกี่ยวกับพยานหลักฐานของคดี และในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 เจ้าพนักงานสอบสวนได้มาประชุมชี้แจงให้กับสมาชิกออมทรัพย์ทราบถึงแนวทางในการดำเนินคดีของกลุ่มว่ายังขาดหลักฐานที่จะเอาผิดกับผู้กระทำผิด โดยให้ทางกลุ่มหาหน่วยงานเพื่อมารับรองบัญชีของกลุ่ม
ในการนี้ทางกลุ่มออมทรัพย์จึงเรียนมาเพื่อร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายซึ่งมีจำนวน 129 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยหวังที่จะนำเงินที่เก็บออมมาเป็นทุนใช้จ่ายมนยามเกษียณ ดังนี้


1.ดำเนินการเรียกตัวนางรวีวรรณ สุลำนาจ มาเพื่อไกล่เกลี่ยหนี้สินคืนให้แก่สมาชิก 2.ดำเนินการประสานสำนักงานตรวจสอบบัญชี เพื่อเข้ามาตรวจสอบบัฐขีของกลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่สามารถจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวได้
ด้านนายฉัตชัย อุตสาหะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขั้นต้นนี้อยากจะให้สมาชิกได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ เพื่อง่ายต่อการเข้าดำเนินการจากสหกรณ์จังหวัด ซึ่งตอนนี้ทางกลุ่มออมทรัพย์ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ซึ่งทางสหกรณ์จังหวัดยังไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปดำเนินการใดๆได้ และทางสำนักงานจังหวัดจะทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมดในการประชุมร่วมกันในวันนี้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อหาทางให้สำนักตรวจบัญชีสามารถเข้าไปดำเนินการอย่างใดได้บ้าง พร้อมกับให้ทางสหกรณ์จังหวัดลงไปพูดคุยด้วยอีกทางหนึ่งด้วยว่าจะสามารถลงไปช่วยตรวจบัญชีได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ได้ ทางสหกรณ์อาจจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยตรวจให้ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องของการจ้างคนตรวจบัญชี ถ้าทางผู้ตรวจบัญชีไม่มีอำนาจตรวจสอบ ทางสหกรณ์จังหวัดอาจจะส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วย ประเด็นที่ 2 เรื่องของการไกล่เกลี่ยปัญหาทั้ง 2 ฝ่ายนั้น ถ้าได้ข้อสรุปเรียบร้อง ทางจังหวัดจะมอบให้ท้องถิ่นลงไปช่วยในเรื่องของการไกล่เกลี่ย
ด้านนายประภาศ มากทอง สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า หลังทราบเรื่องว่ามีสหกรณ์ออมทรัพย์เทศบาลรือเสาะ ในพื้นที่ อ.รือเสาะ มีปัญหา ได้ทำการตรวจสอบในระบบการจดทะเบียนสหกรณ์ไม่พบชื่อดังกล่าวเพราะทางกลุ่มออมทรัพย์ไม่ได้มีการจดทะเบียนขึ้นเป็นสหกรณ์ไว้ในระบบ แต่จะดูว่าจะสามารถเข้าให้การช่วยเหลือได้อย่างไรบ้างตามอำนาจที่พอจะช่วยเหลือได้ต้องมาพูดคุยกัน
น.ส.ไขนภา แก้วสีดำ ผู้เสียหายกล่าวว่า ทุกวันนี้หลายๆคนที่มานั่งรวมตัวกันในวันนี้ทำงานกับทางสุขภิบาลตำบลมาจนถึงทุกวันนี้ถูกยกระดับเป็นเทศบาลตำบลรือเสาะ เก็บออมเงินมาเพื่อหวังจะนำมาใช้เป็นทุนใช้ในวัยเกษียณ แต่ทุกวันนี้มันกลางเป็นศูนย์ ซึ่งที่มากันในวันนี้ยอมรับว่ามีความหวังที่น้อยนิด ไร้ที่พึ่ง ไม่รู้จะไปพึ่งใครได้อีกแล้ว จึงมาขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางราชการเป็นที่สุดท้าย เพราะคนที่กระทำผิดเขายังใช้ชีวิตลอยนวล อยู่อย่างสุขสบาย ใช้เงินอย่างสุขสบายซึ่งเป็นเงินของสมาชิกฯแต่สมาชิกทั้งหลายกลับไม่ได้ใช้เงินก้อนนั้น
ส่วนผู้เสียหายอีก 1 ราย เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า การมายื่นหนังสือในวันนี้ อย่างน้อยอยากจะให้หน่วยงานราชการได้รับรู้ ในเมื่อดำเนินการทางกฏหมายแล้วยังเอาไม่อยู่ จึงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเทศบาลเล็กๆอย่างนี้ มันทำให้คนหลายคนเดือดร้อน โดยคนเพียงคนเดียวเอาเงินเราไปเท่าที่รู้ จำนวน ประมาณกว่า 4 ล้านบาท บางคนบอกว่าจำนวนเงินมากถึง 6 – 7 ล้าน จึงอยากวิงวอนขอให้ทางราชการเข้ามาดูแลและช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย.