ตะลึง !! พบทะเบียนนามสกุลโบราณกว่า 100 ปี

0
4375

นายอำเภอไชยา ตลึงหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนค้นพบทะเบียนนามสกุลโบราณ อายุกว่า 100 ปี เมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา  ขึ้นกับมณฑลชุมพร ยังคงหลงเหลือให้บุตรหลานได้ทราบถึงต้นตระกูลหรือประวัติความเป็นมาของนามสกุลที่ปู่ย่า ตายาย มาขอจดทะเบียนนามสกุลเป็นครั้งแรก

นายเจริญศักดิ์   วงศ์สุวรรณ นายอำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้ค้นพบทะเบียนนามสกุลสมัยโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี  แต่ที่น่าแปลกใจทะเบียนนามสกุลตัวสกดจะเขียนแตกต่างกับทะเบียนในสมัยโบราณ  คำว่าทะเบียนใช้”ฬ “ “ เป็นตัวสะกด เขียนว่า ทะเบียฬ  และในแต่ละหน้าของทะเบียนนามสกุล จะเขียน “ น่า” แทนคำว่าหน้า ซึ่งดูแล้วเป็นทะเบียนที่หายากที่สุดในสุราษฎร์ธานี ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ให้ลูกหลานหรือญาติพี่น้องได้สืบหาต้นตระกูลของแต่ละคนในสุราษฎร์ธานี

ซึ่งในแต่ละหน้าของทะเบียนนามสกุลจะมีการเรียงรายชื่อเป็นตัวอักษรตั้งแต่ ก.ไก่ ไปจนถึงตัวนกฮูก และบอกถึงปี พ.ศ. ของการจะทะเบียนนามสกุล โดยเริ่มจดทะเบียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ซึงหากนับถึงปีปัจจุบันมีมากว่า 100 ปีเนื่องจาก อ.ท่าชนะ อ.ท่าฉาง ในปัจจุบันอดีตขึ้นกับอำเภอไชยา ซึ่งมีโบราณสถานที่ยังหลงเหลือให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม อาทิ พระบรมธาตุไชยา ที่มีอายุกว่า 1200 ปี และเจดีย์วัดหลง ที่ปัจจุบันยังคงเหลือแต่ฐานรากให้เยาวชนหรือประชาชนที่สนใจได้ศึกษาการตั้งเมืองไชยาสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ที่มีเมืองในการปกครองเพียง 3 เมือง คือ เมืองไชยา,เมืองท่าทอง และเมืองคีรีรัฐ
หากมองย้อนกลับไปถึงทีมาของการจดทะเบียนชื่อนามสกุลเกิดขึ้นจาก พระราชบัญญัติชื่อสกุล พ.ศ. 2456  สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพราะพระองค์ท่านได้ตรัสไว้ว่าคนไทยทุกคนต้องมีชื่อตัวและชื่อสกุล จากนั้นจึงได้ดำเนินการจดทะเบียนนาสกุลจริงในปี พ.ศ.2458 ซึ่งชื่อสกุลมี 2 ส่วนๆแรกเป็นชื่อสกุลพระราชทานซึ่งเป็นชื่อที่ทางพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้กับขุนนางหรือข้าราชการในมัยก่อน หรือเจ้าเมือง และชื่อสกุลทั่วไป ที่อยู่ตามชุมชน

และในอนาคตทางอำเภอไชยาจะให้เจ้าหน้าที่คัดรายชื่อและนามสกุลในทะเบียนนามสกุลสมัยอำเภอไชยาขึ้นกับมณฑลชุมพร โดยจะคัดในแต่ละหน้าให้เหมือนสมัยโบราณเพื่อที่จะให้บุตรหลานหรือประชาชนที่สนใจได้ค้นคว้าแหล่งที่มาและการจดทะเบียนนามสกุลครั้งแรกของบุคคลเหล่านั้นต่อไป.

ทีมข่าว @ชายแดนใต้ จ.สุราษฎร์ธานี