เกษตรเบตงเลี้ยงปลานิลยักษ์ธรรมชาติ กรุ๊ปทัวรต่างชาติชื่นชอบ จำหน่ายทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ(ชมคลิป)

0
2383

 ที่สวนศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นสวนของนายศักดิ์ศรี สง่าราศี ชาวสวนยางพาราในตำบลตาเนาะแมเราะ  อำเภอเบตง  จังหวัดยะลา ผู้เข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ้านบ่อน้ำร้อน เพื่อมาเลี้ยงปลานิลระบบสายน้ำไหลผ่าน จนกลายมาเป็นหมู่บ้านปลา ที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การสนับสนุนตามแผนปฏิบัติการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม เศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

นายศักดิ์ศรี สง่าราศี กล่าวว่า การเลี้ยงปลานิลเป็นปลาเศรษฐกิจเลี้ยงง่าย โตเร็ว ได้รับความนิยมในทุกระดับ นำมาแปรรูปได้หลายอย่าง โตเร็ว ทำให้ปริมาณปลานิลมีมากพอที่จะส่งขายตลาดได้ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก จึงได้ทดลองเลี้ยงปลานิลระบบสายน้ำไหลผ่านมากว่า    12 ปี โดยการต่อท่อน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาซึ่งไหลตลอดทั้งปี ผ่านบ่อปลาแบบขั้นบันไดที่มีความสูงต่ำตามไหล่เขา มีความได้เปรียบในเรื่องการทำความสะอาดบ่อปลา ซึ่งมีขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร ลึกประมาณ 1-1.5 เมตร โดยใช้วิธีการเพิ่มออกซิเจนลงในน้ำที่เรียกว่า VENTURI คือ การใช้พลังงานจากน้ำธรรมชาติไหลผ่านท่อ ปล่อยให้ตกลงมาจากที่สูง เกิดเป็นพลังงานกล และดูดอากาศเข้ามาผสมกับน้ำแล้วใส่ลงไปในบ่อเลี้ยง ทำให้ปลามีออกซิเจนอย่างเพียงพอ มีโอกาสรอดสูง เจริญเติบโตไว ทำให้เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย เพราะสภาพแวดล้อมมีการเคลื่อนไหว ไม่ตกตะกอนก้นบ่อ น้ำจึงไม่เหม็นเมื่อเทียบกับบ่อที่เป็นน้ำนิ่ง อีกทั้ง ตลาดมีความต้องการมาก เนื่องจากปลาไม่มีกลิ่นคาว โต ตามมาตรฐานจี เอ พี (GAP) ที่กรมประมงกำหนด

หลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้ว ต้องการจะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกร จึงเข้าร่วมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปลาบ้านบ่อน้ำร้อน เลี้ยงปลานิลเชิงพาณิชย์ขึ้น และมีการขยายบ่อเพิ่มขึ้น โดยนำพันธุ์ปลานิลที่อนุบาลแล้ว ประมาณ 2 เดือน มาปล่อยในบ่อจริง บ่อละ 2500 ตัว ใช้เวลาเลี้ยง 5-6 เดือน เมื่อได้ปลาขนาดตัวละ 1-1.2 กิโลกรัม จึงคัดขาย วันละ 200-300 กิโลกรัม ต่อวัน ขายส่งราคากิโลกรัมละ 90-100 บาท

ส่วนความเป็นมาของปลานิลยักษ์ที่เลี้ยงไว้ นายศักดิ์ศรีกล่าวว่า  ปลานิลยักษ์เกิดมาจากที่เลี้ยงปลานิลไว้ดูเล่น เลี้ยงไว้สักระยะเวลาหนึ่ง ปลานิลก็เริ่มใหญ่ขึ้น อยู่ที่ประมาณ 5 – 6 กิโลกรัม จากนั้นนำปลานิลไปเสนอตามร้านอาหาร ภัตตาคาร และสามารถขายได้ โดยส่วนมากจะเป็น กรุ๊ปนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ส่วนการเลี้ยงปลานิลให้ตัวใหญ่ยักษ์มีวิธีการเลี้ยง คือ ความสำคัญของน้ำที่ปล่อยลงบ่อ ซึ่งผมได้ต่อน้ำมาจากเทือกเขาสันการาคีรี ซึ่งเป็นเพียงแหล่งต้นน้ำเล็กๆ และได้ต่อท่อความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มายังบ่อปลานิลที่เลี้ยงไว้ และที่สำคัญน้ำที่นี่อดีตเคยเป็นเหมืองแร่เก่า โดยมีแร่ธาตุบางอย่างทำให้คุณสมบัติของเนื้อปลามีรสชาติที่อร่อย เหนียวแน่น

นายศักดิ์ศรี สง่าราศี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ทางกลุ่มได้มีการเลี้ยงปลาจีนและปลากือเลาะห์ หรือปลาพลวงชมพู ปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ในคำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะศึกษาวิธีการเลี้ยง หรือสอบถามขั้นตอนต่างๆ สามารถติดต่อ ได้ที่คุณนายศักดิ์ศรี สง่าราศี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปลาบ้านบ่อน้ำร้อน โทร.098-016-2806

ข่าว./เจษฎา สิริโยทัย ภาพ/อิมรอน ดามาอู  @แอดชายแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา