โคมลอยสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ยิ่งใหญ่ จังหวัดเตรียมยกระดับผลักดัน พร้อมสนับสนุน เป็นชุมชนท่องเที่ยว Otop นวัตวิธี แห่งใหม่นราธิวาส

0
363

ชาวบ้านบ้านบาตง อ.รือเสาะ รวมพลังจัดกิจกรรมโคมลอยสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ยิ่งใหญ่ ขณะที่จังหวัดเตรียมยกระดับผลักดันเป็นระดับจังหวัด พร้อมสนับสนุนเป็นชุมชนท่องเที่ยว Otop นวัตวิธี แห่งใหม่ของจังหวัดนราธิวาส

นายไกรวุฒิ ช่วยสถิต พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการโคมลอยสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ซึ่งทางชาวบ้านในพื้นที่บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รวมพลังกันจัดขึ้นเป็นเวลาระยะเวลา 10 ปี โดยใช้ช่วงเวลาหลังเทศกาลสิ้นสุดการถือสิลอดในช่วงเดือนรอมฏอน โดยที่ผ่านมาชาวบ้านได้รวบรวมทุนส่วนตัวจัดกิจกรรมขึ้น โดยนำเยาวชนในพื้นที่ร่วมกันผลิตโคมลอยขนาดต่างๆทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รัศมีความกว้า 2 เมตร ยาว 8 – 10 เมตร เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนมักจะแอบเล่นประทัดและโคมลอยในช่วงเวลาเดือนรอมฏอน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ที่ต้องการความสงบสุข จึงมีการเรียกประชุมกับกลุ่มเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ จึงมีผลสรุปจัดเทศกาลนี้ขึ้นจนสามารถจัดเป็นกิจกรรมทีเรียกประชาชนในพื้นที่และต่างถิ่นมาชมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมากนับพันคน จนทางการต้องสนับสนุนงบประมาณให้เกิดเป็นกิจกรรมที่สร้างความเข็มแข็ง สร้างรายได้ให้ชุมชน จนต้องเตรียมยกระดับให้กิจกรรมนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด และมีประชาชนแห่ชมเกือบหมื่นคนและยกระดับเป็น Otop นวัตวิธีอีกแห่ง 1 ในจังหวัดและเป็นแห่งแรกในภาคใต้โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่และประชาชนที่สนใจมาร่วมเป็นจำนวนมาก   

นายไกรวุฒิ ช่วยสถิต พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานแก่ประชาชนในพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านบาตง อ.รือเสาะ ที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นที่เป็นกิจกรรมที่ส่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชุมชนที่จัดกันมาเป็นครั้งที่ 10 และยังเป็นส่วนหนึ่งของ Otop นวิตวิธีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนที่จะดึงนักท่องเที่ยวเข้าชุมชนเพื่อขายอัตลักษณ์ของบ้านบาตงในครั้งนี้ โดยในอนาคต Otop นวัตวิธีเช่นนี้ จะดำเนินการต่อไปเรื่อยๆเพราะงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเพราะความร่วมมือของทุกภาคส่วนและครั้งต่อไปจะไม่น้อยหน้าไปกว่าครั้งนี้แน่นอนและจะพัฒนาการแสดง การจัดงานไปอีกขั้น

“และเป็นไปได้สูงที่จะส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส เพราะเป็นอัตลักษณ์อีกอย่างหนึ่งเหมือนกับการจุดบั้งไฟ ในพื้นที่ อ.สุคิริน และที่บ้านบาตงก็มีการปล่อยโคมลอยที่เป็นหนึ่งเดียวในภาคใต้ที่สามารถจัดกิจกรรมเช่นนี้ได้ด้วยตัวเอง และในอนาคตถ้ามีการประชาสัมพันธ์ที่ดีและแพร่หลายให้มากกว่านี้ จะมีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเข้ามาเที่ยวที่บ้านบาตง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดรายได้ให้กับชาวบ้าน สามารถขายสินค้า ขายอัตลักษณ์ ขายภูมิปัญญา ขาย Otop ขายอาหารการกินของตนเองได้และสร้างเศรษฐกิจในชุมชนเข็มแข็งได้”

ด้านนายฮาแว กอแล็ง ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.บาตง อ.รือเสาะ กล่าวว่า กิจกรรมโคมลอยที่จัดขึ้นในครั้งนี้สร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนมากกว่าการขายของในช่วงเดือนรอมฏอน 1 เดือน เท่าตัว พร้อมนำสินค้าพื้นบ้าน อาหารการกิน ซึ่ง 9 ปีที่ผ่านมานั้น ทางชุมชนได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ แต่ใช้งบประมาณจากการรวบรวมกันเองของชาวบ้าน และ 9 ปีที่ผ่านไม่ได้จัดยิ่งใหญ่เหมือนในครั้งนี้เพราะได้รับงบประมาณจากพัฒนาการจังหวัดนราธิวาสมาช่วยตั้งงบประมาณให้ และด้วยสภาพเศรษฐกิจของปีที่แล้วไม่ดีจึงงดไป และในปีนี้ได้จัดขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ และอยากให้หน่วยงานราชการมาสนับสนุนโครงการนี้ให้มีการจัดทุกปีและยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านๆมา

เหตุผลที่มีการจัดโครงการนี้ขึ้นมา เนื่องจากในปี 2553 ที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ชาวบ้านส่วนใหญ่ชอบซื้อปะทัดยักษ์ พลุไฟ มาจุดกันตามบ้าน ต่อมาปี 2554 ได้เรียกประชมกับชาวบ้านลงมติให้จัดสถานที่เพื่อจุดปะทัดหรือพลุไฟเล่นกันเป็นที่เป็นทางเพื่อแก้ปัญหาสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านที่เป็นที่เดียว ครั้งเดียวจบ จึงเกิดโครงการนี้ ณ สถานที่สนามของโรงเรียนบ้านบาตงแห่งนี้ในวันรายอที่หกของทุกปี

“ส่วนเรืองโคมลอยนั้น ตามประวัตสมัยโบราณเล่าต่อๆกันมาว่า เป็นการสื่อสารแบบหนึ่งของคนสมัยก่อนที่ยังไม่มีการคมนาคมที่ก้าวหน้าเหมือนในสมัยนี้ โดยแรงงานที่มาจากประเทศมาเลเซียที่มาขายแรงงานในประเทศไทยและช่วงเทศกาลวันฮารีรายอที่ไม่ได้เดินทางกลับบ้านเกิดได้สร้างโคมลอยด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อจุดให้ลอยขึ้นบนฟ้า เพราะในช่วงกลางคืนลมจะพัดไปทางทิศใต้ และจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศมาเลเซียจะได้เห็นและยังเป็นการส่งสัญญาณว่าญาติของเขาที่อยู่ในประเทศไทยยังมีชีวิตอยู่นั้นเอง”

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ศิลปินท้องถิ่นชื่อดัง คือ คามัส คาน อานาซีดจากเด็กนักเรียน การจุดพรุไฟ 1,000 นัด การปล่อยโคมลอยแฟนตาซีลูกยักษ์พร้อมโคมเล็ก จำนวน 100 ลูก การประกวดโคมลอยแฟนตาซีลูกยักษ์ 14 ลูก  การแสดงบนเวที การประกวดโคมลอยแฟนตาซี 24 ลูกพร้อมโคมไฟเล็ก 100 ลูก การจุดพลุ 200 นัด โดยภายในงานมีประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นมาร่วมชมงานเป็นจำนวนมากและจัดขึ้นรวม 2 คืน. โดยในคืนที่ 2 จะเป็นการแข่งขันกีฬาชาวบ้าน จากคนในพื้นที่และต่างถิ่นที่สนใจพร้อมมอบรางวัลเป็นกำลังใจ เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานและสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นระหว่างกันเป็นหลัก.

ภาพ/ข่าว แวดาโอะ หะไร บก.@ชายแดนใต้ จ.นราธิวาส