“อับดุลรออุฟ”ผู้บันทึก ตำนาน..เจ้าเมืองกอตอ

0
751

ตำนาน เจ้าเมืองกอตอ ต้นฉบับเขียนภาษายาวี 

เรื่องนี้นำมาจากหนังสือ ตำนานเจ้าเมืองกอตอ ฮัจญีอับดุลรออุฟ บินมูฮำหมัด ดาฆัง อาฆง(เรียบเรียง) อจ.เสนีย์ มะดากะกุล คัดลอก แปลภาษาไทยโดย อ.บางนรา (อับดุลลอฮ ลออแมน) จัดพิมพ์โดยมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้

ปกหนังสือ ตำนานเจ้าเมืองกอตอ

ผู้บันทึก ชื่อ ฮัจญีอับดุลรออุฟ บินมูฮำหมัดดาแฆ อาฆง(Haji Abdulrouf bin muhammad Dagang Aggung) อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เป็นผู้มีความรู้ ด้านศาสนา เขียนคัมภีร์กุรอ่านด้วยมือของท่านเอง มีวิชาด้านมวยซิลัต เมื่อตอนวัยชรารู้จักกันในนามโต้ะโอะห์(Tok Oh)ชาวบ้านนากอเลือกให้เป็นอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านนากอ

บาราเซาะห์บ้านนากอ มัสยิดหลังแรกบ้านนากอ

ฮัจญีอับดุลรออุฟ หรือโต้ะโอะห์ เป็นลูกของมูฮำหมัด อยู่บ้าน อาฆง ราเกาะ อำเภอมายอ จ.ปัตตานี เกิดปี 2339 ตอนหนุ่มรู้จักในนาม มูฮำหมัด ดาแฆ คำว่า ดาแฆหรือ ดาฆัง(Dagang)หมายถึงคนแปลกหน้าหรือคนพเนจร เป็นคนชอบเที่ยว เดินทางตลอดเวลา ท่านเป็นหลานคนหนึ่งของโต้ะอาฆงซึ่งเป็นแม่ทัพของปัตตานีในอดีต

หมู่บ้านอาฆง เป็นสถานที่ฝึกนักรบ เจ้าเมืองปัตตานีไปตั้งสถานที่แห่งนั้นเพื่อฝึกนักรบ โดยมีครูฝึกจากเมืองมะละกาไปทำการฝึกสอนให้เป็นแม่ทัพและนักรบ ณ.ที่แห่งนั้นเป็นจำนวนมาก

ในปีพศ 1988 ทางฝ่ายสยามได้ให้เมืองปัตตานีไปตีเมืองมะละกาด้วยกันเมื่อถึงเมืองมะละกาทางฝ่ายปัตตานี หันไปเข้าข้างเมืองมะละกาจึงทำให้ทางฝ่ายสยามไม่สามารถยึดเมืองมะละกาไว้ได้สำเร็จจึงยกทัพกลับมา

1 ปีต่อมาคือพ. ศ. 1989 ครั้งนั้นทางฝ่ายสยามได้ยกทัพใหญ่ไปตีเมืองมะละกาอีกครั้งโดยบังคับให้ปัตตานีส่งนักรบไปร่วมรบด้วยการสู้รบจึงเกิดขึ้นที่บารตู ปาฮัต Batu pahat ในครั้งนี้ทางปัตตานีเข้าข้างมะละกาอย่างเปิดเผยทำให้ฝ่ายสยามต้องผิดหวังเป็นอย่างมากจึงยกทัพกลับอีกครั้ง

ในการสู้รบที่บาตู ปาฮัต ครั้งนั้น ปรากฎ      เจ้าเมืองกอตอ ซึ่งขณะนั้นยังเป็น รายามู ดอ (สมเด็จยุพราช)กับนักรบจำนวน 100 คนไปสมทบด้วย

แม่ทัพของเมืองปัตตานีเมื่อกลับจากการรบที่ batu pahat ได้รับขนานนามว่า โต้ะอากง มาจนถึงรุ่นหลานและเหลน ก็ยังเรียกว่าโต๊ะอากงเรื่อยมา เป็นสถานที่ฝึกการรบ จนกลายเป็นที่เรียกเป็นที่มาของบ้านอากงอำเภอมายอจังหวัดปัตตานีในปัจจุบัน

มูฮัมหมัดดาแฆ เป็นหลานของโต๊ะอากง สมัยตนกูบือซา (ตนกูประสา) ปกครองเมืองปัตตานีปีพ.ศ 2388 ถึง 2399 ตนกูบือชาหรือตนกูมะหะหมัด เป็นทายาทของพระยาเมืองกลันตัน เมื่อพระยากลันตันสิ้นชีวิต ทำให้เกิดวิวาทกันระหว่างทายาท

ตนกูบือชากับบริวาร มีประมาณ 5000 ถึง 6000 คน อพยพมาอยู่ที่เมืองหนองจิก ตอนนั้นนิยูโซฟ หรือนิ โซะ เป็นเจ้าเมืองปัตตานี เมื่อนางยิ้มซ้าย หลวงสวัสดิ์ภักดีเจ้าเมืองยะหริ่งสิ้นชีวิต

นิยูโซะเจ้าเมืองปัตตานีย้ายไปเป็นเจ้าเมืองยะหริ่ง และตนกูบือซาจึงได้กลับมาเป็นเจ้าเมืองปัตตานี

มูฮำหมัด ดาแฆ มีบ้านอยู่ที่ลาลอหรือละหารเขียนไม่ชัด (laha-laha)  เมื่อภรรยาคนที่ 1 กับภรรยาคนที่ 2 ไม่ลงรอยกัน ท่านจึงพาภรรยาคนที่ 2 ไปอยู่ที่บ้านลูกพี่ลูกน้องของท่าน ที่รู้จักกันในนาม”โต๊ะนากอ” ที่หมู่บ้านลูโบ้ะ นือริง

โต๊ะนากอเป็นคนหนึ่งที่เป็นบุผู้บุกเบิกบ้านนากอ บิดาของมะลีผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านนากอ

ฮัจญีอับดุลรออุฟ   ได้กำเนิดที่บ้านนากอนั้นเอง  ท่านเรียนที่ไหนไม่มีใครทราบ ท่านเป็นนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับบิดา เคยไปอยู่ที่เมืองบือซุต ตรังกานู   ต่อมาเป็นครูฝึกมวยสิลัตให้กับบุตรเจ้าเมืองรามัน เคยอยู่ที่บ้านบาโงปูโละ (ห่างจากบ้านกอตอประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ในท้องที่ตำบลเรียงอำเภอรือเสาะจังหวัดนราธิวาส)

อจ.เสนีย์ มะดากะกุล

ท่านเดินทางไปมักกะห์เมื่อปีพ.ศ 2443 และกลับในปีถัดมา ฮัจญีอับดุลรออุฟมีบุตรชาย 2 คนคืออับดุลฮาหมัด อับดุลเลาะห์อาหมัด บิดาของอาจารย์เสนีย์ มะดากะกุล)จากมารดาที่ชื่อมัยมูนนะบ้านนากอ  บุตรชายอีกคนหนึ่งชื่ออุสมาน จากมารดาที่เป็นภรรยาคนที่ 1 ที่หมู่บ้านกอลี อำเภอสายบุรี และมีลูกสาวอีกคนหนึ่งรู้จักกันในนามของ “แมะ” ไม่ทราบที่อยู่

ประมาณปีพ. ศ. 2448 ขณะนั้นลูกชาย ที่ชื่ออับดุลเลาะห์อาหมัด อายุได้ 3 ขวบ

เจ้าเมืองสายบุรีได้สั่งให้ท่านอับดุลรออุฟ นำสารของตนครูอับดุลกอเดร์ เจ้าเมืองปัตตานี ศาลของเจ้าเมืองรามัน และสารของเจ้าเมืองสาย ไปนำให้ แต่เจ้าเมืองตรังกานู ท่านเดินทางไปกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งจากบ้านเจ้ะเห อำเภอตากใบนราธิวาส  เมื้อกลับจากตรังกานูในปี 2449 เดินทางมาถึงบ้านเจ๊ะเห ได้เกิดป่วยกระทันหัน และเสียชีวิตที่นั่น ศพของท่านถูกฝังไว้ที่บ้านเจ้ะเห ตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส นั่นเอง

จากบันทึกของ อจ.เสนีย์ มะดากะกุล

แสดงความคิดเห็น